Novel

...เจ็บแลกเหงา....

posted on 05 Dec 2009 19:39 by alatal2iel-lissesul  in Novel
    'อย่าวุ่นวายได้ม่ะ บอกว่าเพื่อนก็เพื่อนดิ จะถามอะไรมากมาย'
'ทำไมต้องตวาดล่ะ เราแค่ถามเฉยๆ แค่เพื่อนก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นา'

    ถ้อยคำที่เคยได้ยินดังขึ้นในใจ ร่างโปร่งบางเหม่อมองภาพตรงหน้าภาพสองร่างที่กำลังหยอกล้อ โอบกอด ด้วยความร้าวราน หนึ่งในนั้นช่างแสนคุ้นเคย ...มือที่เกาะกุม รอยยิ้มอ่อนโยน ที่ตรงนั้น เคยเป็นของคนคนนี้...แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นที่ของใครอีกคน....เท้าทั้งคู่พาออกมาจากตรงนั้น ไม่อาจทนมองได้อีก

    แขนเรียวกอดเข่าพร้อมกับซุกหน้าลงไป น้ำตาที่คิดว่าจะไม่ไหลอีกแล้ว ค่อยๆ ไหลออกมา รอบกายมืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์สีนวลที่พอจะทำให้เห็นเพียงลางลาง ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านจากแรงสะอื้น จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ต้องรีบปาดน้ำตาและยกขึ้นรับเมื่อเห็นว่าเป็นชื่อใคร

"วันนี้กลับดึกนะ อยู่คนเดียวได้ไหม?" เสียงที่เอ่ยถามมาทำให้ร่างบางต้องกลั้นเสียงสะอื้นตอบไปอย่างร่าเริง
"อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกพอดีจะออกไปข้างนอกเหมือนกัน กำลังจะโทรหาเลย"
"อืมก็ดี..อย่ากลับดึกละกัน แค่นี้นะ"
"อืม"

    ปลายสายวางไปแล้ว แต่มือเรียวยังไม่ปล่อยโทรศัพท์ลง ได้แต่เหม่อมองอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เหม่อมองราวกับจะพิจารณาทุกส่วนที่ประกอบกันเป็นโทรศัพท์เครื่องนี้  ก่อนจะยิ้มหยัน และตัดสินใจลุกขึ้นไป อาบน้ำแต่งตัว ไปที่เดิมที่ที่แม้จะมีเพียงมิตรภาพชั่วข้ามคืน แต่กลับดูจริงใจมากว่าความสัมพันธ์ที่ตัวเองกำลังมี...

    ร่างบางที่นั่งโดเดี่ยวอยู่หน้าบาร์เครื่องดื่ม เรียกสายตาคนรอบข้างได้ไม่ยาก ด้วยใบหน้าหมดจด ที่แม้จะคลี่ยิ้มเย็นชาก็ไม่สามารถบดบังความน่ามองของดวงหน้านั้นได้ มื่อเรียวถือขอบแก้วอย่างหมิ่นเหม่ ดวงตาสีสวยสะท้อนแสงไฟดูวิบวับ มือเรียวแกว่งแก้วเบาๆ ก่อนจะกระดกดื่มจนหมดแก้ว ก่อนจะยื่นให้คนข้างใน
"อีกแก้ว..." คนรับแก้วไปได้แต่มองก่อนจะหันกลับไปผสมบางอย่างแล้วยื่นมาให้ คนรับมองแก้วทรงสูงบรรจุน้ำสีสวยที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนกับที่ตัวเองสั่งก้เอ่ย
"...ไม่ได้สั่งอันนี้..." บาร์เทนเดอร์ผู้ทำหน้าที่ในคืนนี้มองหน้านั้นนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ
"...อันนี้แหละถูกแล้ว...วันนี้มาคนเดียวไม่ใช่รึไง แล้วจะกลับยังไง?" รูปประโยคดูไม่คล้ายกับการพูดคุยกับ"ลูกค้า" เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นคนที่คุ้นเคย ร่างบางยิ้มไม่ได้เอ่ยอะไร แต่ก็ยอมหยิบแก้วทรงสูงไปจิบแต่โดยดี คนมองจึงวางใจหันไปเช็ดแก้ว พร้อมกับเหลือบมองคนที่นั่งจิบเครื่องดื่มนั้น

    คนคุ้นเคยหรือ? บางทีเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำคำนี้ได้หรือเปล่า เมื่อทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แต่ทุกครั้งที่มาร่างบางตรงหน้าจะสั่งเครื่องดื่มเดิมๆ ด้วยสีหน้าเดิมๆ ไม่พูดคุยกับใครมากเกินจำเป็น  เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าทำไมคนคนนี้ถึงได้มานั่งที่นี่บ่อยๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ใบหน้านั้นเศร้าเสียจนดูเปราะบางเหมือนแก้วบางๆ ที่พร้อมจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อแบบนี้ แรกๆ ก้เพียงใส่ใจในฐานะ บาร์เทนเดอร์ แต่เมื่อนานเข้า...จากความใส่ใจ กลับกลายเป็นสนใจและกลายเป็นห่วงใยในที่สุด ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่จากคำพุดประโยคสั้น ๆ แค่
'รับอะไรดีครับ' มันเปลี่ยนเป็นประโยคยาวๆ
'ดื่มมากไปแล้วนะวันนี้....แล้วจะกลับไหวหรอ' คนฟังได้แต่เลิกคิ้วขึ้นมองเขา
'ไม่ดีหรอ...' คนถามคงจะหมายถึงว่า เขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่เขาบอกไปเพียง
'ไม่ดีหรอก...ถ้าเมาแล้วออกไปโดนรถชนตาย พรุ่งนี้ไม่มากิน หนักกว่าเดิมอีก' เขาจำได้ว่าตอนนั้นคนฟังหัวเราะร่วนอย่างถุกใจ ก่อนจะบอกง่ายๆ
'งั้นเอาอะไรเบาๆ มาแล้วกัน...ไม่อยากเมาหรอก....แต่ไม่อยากกลับน่ะ' คนพูดคงไม่รู้ว่าสีหน้าตอนที่พูดคำนั้นอ้างว้างเพียงใด แม้อยากจะกอด...อยากเข้าไปถามว่าเพราะอะไร แต่เขาเพียงเลือกที่จะพยักหน้าและผสมเครื่องดื่มให้ตามที่คนสั่งต้องการ โดยที่ไม่ถามอะไร...เขาไม่รู้ก็ได้ ถ้าการอยากรู้นั้นมันจะทำให้คนตรงหน้าต้องคิดถึงอะไรที่เจ็บปวดนั้นอีก...

    หลังจากนั้นก็เหมือนว่าทุกครั้งที่ได้เจอกัน แม้จะไม่มีคำพุดมากมาย ไม่มีบทสนทนาน่าสนใจ แต่เขากลับไม่เคยละสายตาจากร่างบางนั้นได้ และร่างบางเองก็เลือกที่จะสั่งเครื่องดื่มจากเขาเพียงคนเดียว...เหมือนมีสายใยบางเบาระหว่างกัน ไม่แน่นจนอึดอัด...แต่ก็ไม่ได้ห่างจนสัมผัสไม่ได้...ไม่ได้คุยกันมากมายแต่กลับคุ้นเคย...ไม่ได้รับรู้อะไรมากกว่าที่อีกฝ่ายอยากให้รู้...ที่จริง ไม่รู้แม้แต่ชื่อด้วยซ้ำ แต่ความห่วงใย และความรู้สึกบางอย่างกลับเพิ่มขึ้นในหัวใจอย่างรวดเร็ว เร็วจนไม่รู้สึกตัว...เมื่อรู้อีกที....ก็ไม่สามารถกลับไปยืนที่จุดเดิมได้อีกแล้ว...

    ร่างบางจิบเครื่องดื่มในมือก่อนจะมองคนทีเขย่ากระบอกเครื่องดื่มอย่างตั้งใจก่อนที่ความคิดจะล่องลอยไป...จำได้ว่ามาที่นี่ครั้งแรกเพราะ...ใครคนนั้น...คนที่เชื่อใจ...ทั้งๆ ที่รู้ว่าโดนหลอก ก็ยังเชื่อใจ แต่กลับถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเจ็บปวดแต่เลือกที่จะมาระบายด้วยการมองผุ้คน แสงสี และ เครื่องดื่มมึนเมา ดีกว่ากลับยังห้องที่เงียบเหงาเย็นชืด...กอดตัวเองกับความว่างเปล่า และ เดียวดาย

    ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่มาที่นี่ สั่งเครื่องดื่มเดิมๆ ไม่เคยสนใจอะไรจนกระทั่งหลังจากที่เริ่มมึนๆ และพยายามจะสั่งแก้วต่อไป กลับโดนถามว่า
'ดื่มมากไปแล้วนะวันนี้....แล้วจะกลับไหวหรอ' เขาได้แต่แปลกใจ จนต้องถามออกไป
'ไม่ดีหรอ...'
'ไม่ดีหรอก...ถ้าเมาแล้วออกไปโดนรถชนตาย พรุ่งนี้ไม่มากิน หนักกว่าเดิมอีก'และคำตอบนั่นเรียกเสียงหัวเราะได้ทันที แปลกที่น่าจะโกรธแต่เขากลับชอบ และเลือกที่จะนั่งอยู่ใกล้ๆ คนคนนี้ ไม่มีคำพุดมากมาย ไม่มีคำหวานมาป้อยอเหมือนคนอื่นๆ ที่เข้ามา มีเพียงแววตาและสายตาที่เหลือบมองมาในบางครั้ง ทำให้รู้ว่าเขายังอยู่ในสายตาของคนคิ้วหนาที่แกล้งเก็กหน้าทำเป็นเช็ดแก้วอย่างขมักเขม้นคนนั้น  

    ....แปลก...

     จากความรู้สึกเหงา...ที่คอยเกาะกุมอยู่ในหัวใจ มันกลับหายไปได้ง่ายๆ เพียงเห็นใบหน้านิ่งเฉย และคิ้วหนาที่ขมวดมองยามที่เขา ดื่มเยอะเกินไป....ดีใจกับแก้วเครื่องดื่มสีสวยที่พอสัมผัสลิ้นก็รู้ดีว่าแทบจะไม่มีแอลลกอฮอล์ จนบางครั้งถึงกับตั้งตารอแก้วเครื่องดื่มสีสวยว่าวันนี้จะเป็นสีอะไร...และคนตั้งใจชงจะตกแต่งจนดึงดูดใจให้เขาลองชิมในรูปแบบไหน ...หลายครั้งเขาก็ไม่พอใจที่เห็นหลายคนเดินมาขอเครื่องดื่มแบบเขาบ้างด้วยสีหน้าที่ดูก็รู้ว่าที่อยากได้จริงๆ ไม่ใช่เครื่องดื่มหรอก เป็นคนชงมากกว่า  แต่ทุกครั้งความโกรธมันจะหายไปรวดเร็วด้วยประโยคของเจ้าตัว
'นั่นเป็นสูตรพิเศษเฉพาะของคุณคนนั้นครับ...คงชงให้ใครอื่นไม่ได้' ทั้งๆ ไอ้สูตรพิเศษที่ว่าเนี่ย เปลี่ยนไปเกือบทุกครั้งที่เขามา ...ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ดึงดูดใจเขาให้มาที่นี่ แม้ไม่รู้ว่ามันจะเกิดจากใจจริง...หรือเป็นแค่ การดึงดูดลูกค้า ก็ตาม...

    วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เครื่องดื่มเดิมๆ ถูกนำมาวางตรงหน้าทันทีที่เขานั่งเรียบร้อย ...ภายใต้คิ้วหนา ดวงตาสีดำสนิทมีรอยระริก พอให้รู้ได้ว่าเจ้าของดวงตาคู่นั้น รู้สึกอะไรอยู่ภายใต้สีหน้าเย็นชา ริมฝีปากบางเผลอยกยิ้มให้...ก่อนที่มือเรียวคว้าไปดื่มอย่างเคยชิน ดวงตาคู่นั้นยังคงมองตามอย่างเป็นห่วง หากไม่พูดอะไร ยามที่เขาวางแก้วลง แล้วเหม่อมองไปรอบ ๆ มองเห็นสายตาหลายคู่ที่มองมาทางเขา...แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขารู้สึกอะไรไปมากกว่าความเบื่อหน่าย แต่ที่มองตอบก็ไม่ใช่อะไร แค่อยากจะเห็นคิ้วเข้มของคนที่ยืนชงเหล้าคนนั้นขมวดอย่างไม่ชอบใจนิดๆ เท่านั้นเอง ริมฝีปากบางเผลอยิ้มอีกครั้งเมื่อนึกถึงตอนนี้ ก่อนจะปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเสียงเพลงเบาๆ ที่เปิดคลอจู่ๆ เพลงหนึ่งก็ดังขึ้น...เพลงที่ทำให้ต้องนิ่งฟัง....


โกรธตัวเองทุกที ที่ยังยอมอภัยให้เธอ
มันไม่รับความเป็นจริงที่เจอ รักเขานั้นก็ดีแต่ทำร้าย
หลอกตัวเองเท่าไร ว่าจะเปลี่ยนจะแปลงเขาได้
ก็แค่หวังความดีสักวัน จะชนะหัวใจคนอย่างเขา

ทั้งที่ฉันเกินใจจะรัก นับครั้งไม่รู้เท่าไร
ไม่คิดจำแกล้งทำเป็นลืม มองข้ามไป
หรือลึกๆ ในใจที่ฉันยังทิ้ง ทิ้งเธอไม่ไหว

ยอมเจ็บเพราะเขา เพราะกลัวจะเหงาใช่ไหม
เหมือนซื้อเวลาปวดใจ ไม่ยอมตัดรักสักที
ต้องเปลืองน้ำตาเท่าไรไม่รู้ แลกกับการมีเขาอยู่ตรงนี้
ต่อลมหายใจอีกที อย่างน้อยคืนนี้แค่ไม่ต้องกอดตัวเอง

เผื่อใจยังไม่เป็น ไม่เคยมองตัวเองสำคัญ
ทุ่มให้เขาคนเดียวเท่านั้น มันช่างรักโดยไม่มีเหตุผล
เหนื่อยมานานเพื่อใคร ไม่เข้าใจทำไมต้องทน
คิดจะทิ้งเธอตั้งกี่หน แต่สุดท้ายก็เราที่อ่อนแอ

ทั้งที่ฉันเกินใจจะรัก นับครั้งไม่รู้เท่าไร
ไม่คิดจำแกล้งทำเป็นลืม มองข้ามไป
หรือลึกๆ ในใจที่ฉันยังทิ้ง ทิ้งเธอไม่ไหว

ยอมเจ็บเพราะเขา เพราะกลัวจะเหงาใช่ไหม
เหมือนซื้อเวลาปวดใจ ไม่ยอมตัดรักสักที
ต้องเปลืองน้ำตาเท่าไรไม่รู้ แลกกับการมีเขาอยู่ตรงนี้
ต่อลมหายใจอีกที อย่างน้อยคืนนี้แค่ไม่ต้องกอดตัวเอง

ยอมเจ็บเพราะเขา เพราะกลัวจะเหงาใช่ไหม
เหมือนซื้อเวลาปวดใจ ไม่ยอมตัดรักสักที
ต้องเปลืองน้ำตาเท่าไรไม่รู้ แลกกับการมีเขาอยู่ตรงนี้
ต่อลมหายใจอีกที อย่างน้อยคืนนี้แค่ไม่ต้องกอดตัวเอง



    เพลงที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างในความรู้สึกมันสว่างขึ้น...เหมือนกับคนที่หลงทางอยู่ในเส้นทางวกวน...จู่ๆ ก็ได้เจอโดยไม่คาดฝัน


....เจ็บแลกเหงา...

    
    นี่ใช่ไหมที่เขาเป็น?....ที่ยอมโดนทำร้าย...ยอมที่จะปิดหู..ปิดตาไม่รับรู้เรื่องใด...ยอมเจ็บทั้งๆ ที่รู้วา ไม่ได้ทำให้ใครอีกคนรู้สึกอะไรเลย...จนกระทั่งต้องมาพึ่งพาความเย็นชาที่แสนอ่อนโยนของใครอีกคน...มุมปากสีสวยกระตุกยิ้มอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะหันไปมองคนที่ยืนผสมเครื่องดื่มไม่ห่างไป และทันพอดีกับที่ฝ่ายนั้นมองมา...จนสบสายตากัน...แม้เพียงแวบเดียว..แต่กลับทำให้ยิ่งแน่ใจในสิ่งที่คิดจะทำ....

    เขารอจนกระทั่ง...ใครคนนั้นเดินมาใกล้ หยิบแก้วตรงหน้าเขาขึ้นเพื่อจะเติมเครื่องดื่มให้...ทันทีที่ใครคนนั้นวางแก้วให้ตรงหน้าอีกครั้ง เขาก็เอ่ย
"แก้วนี้แก้วสุดท้ายแล้วนะ....จะไม่ดื่มอีกแล้ว" ใครคนนั้นมีสีหน้าตกใจไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนกลับมานิ่งเฉยอย่างรวดเร็วและเอ่ยถาม
"จะไม่มาแล้วหรอ?" สีหน้าแม้จะเรียบเฉยเช่นเคย...แต่น้ำเสียงกลับบ่งบอกอะไรในใจคนพูดได้มากกว่า เขายิ้ม
"มา....แต่จะไม่ทำอะไรเหมือนเดิม...ไม่ติดกับเรื่องเดิมๆ ...พอแล้ว" คนตรงหน้ามองหน้าเขา ยิ้มให้บางเบาก่อนจะหยิบกระบอกเครื่องดื่มขึ้นมาผสมส่วนผสมอย่างชำนาญ เพียงไม่นานเครื่องดื่มสีสวยก็วางลงตรงหน้าเขา
"...แก้วนี้เลี้ยง...ดีใจด้วย...แม้จะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรก็เถอะ" เขาหัวเราะ ก่อนจะถาม
"มีเวลาฟังไหมล่ะ....จะเล่าให้ฟัง" คนตรงหน้ามีสีหน้าแปลกใจ ก่อนจะตอบกลับมา
"ถ้าอยากเล่า...ก็จะฟัง..." เขาส่ายหน้าเบาๆ และบอกไป
"...ยังไม่อยากเล่า..." คนตรงหน้าไม่ซักไซร้เพียงแต่พยักหน้า
"ก็ยังไม่ต้องเล่า...ถ้าอยากจะเล่าค่อยเล่าก็แล้วกัน"  มีเสียงเรียกให้ผสมเครื่องดื่ม คนตรงหน้าหันไปตามเสียงนั้น และบอกขอตัวเพื่อไปผสมเครื่องดื่ม...เขาถือโอกาสเดินออกมา และรู้ดีว่าใครคนนั้นแม้จะไม่ได้บอกก็รู้ว่าเขาออกไปแล้ว..


    ร่างบางนั้นเดินออกไปแล้ว...แม้จะดีใจที่ได้คุยกันยาวๆ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้...แล้วเรื่องที่ดีใจคืออะไร แม้อยากถามแค่ไหนแต่เมื่อสัญญากับตัวเองแล้วว่าถ้าคนนั้นไม่อยากเล่า เขาจะไม่เซ้าซี้นั่นทำให้เขาเลือกที่จะรอ...อย่างน้อยเขาก็บอกว่าจะเล่าให้ฟังแม้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ก็เถอะ

    หลายวันมานี้เขาก็ยังคงอยู่ที่มุมเครื่องดื่มเหมือนเดิม ตาก็เหลือบแลไปทางประตูบ่อยๆ ร่างบางที่คุ้นตาไม่มาสักที...แม้จะเฝ้ารอสักกี่วัน ก็ยังไม่เห็นวี่แวว ใจเขาลอยจนรุ่นน้องที่เป็นบาร์เทนเดอร์ด้วยกันเอ่ยแซว เขาเพียงแต่ส่งมะเหงกกลับไป และหันมาตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง...จนกระทั่งร้านปิด...ร่างบางนั้นก็ไม่มา ...

    หลายคนในร้านเข้าไปในห้องแต่งตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน เขาได้แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยอาการเหม่อลอย แม้จะทำใจไว้แล้วว่าวันหนึ่งก้ต้องเป็นแบบนี้...แต่ทำไมในหัวใจมันยังเจ็บปวดเหลือเกิน...เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จรุ่นน้องหลายคนก้เข้ามาสวัสดีและทยอยกันกลับบ้านไป เขารอจนกระทั่งทุกคนกลับไปหมดแล้วก็เดินไปยังที่นั่งประจำของร่างบาง ก่อนจะถอนหายใจ เดินไปล็อคประตูหลังร้าน...สำรวจความเรียบร้อยอีกทีก่อนจะเดินออกทางด้านหน้าเพื่อปิดประตูหน้าร้าน หลังจากล้อคเรียบร้อยกำลังจะหมุนตัวออกไป เสียงที่คุ้นเคยก้ดังขึ้นจากด้านหลัง
"..ช้า..." เขาหมุนตัวไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ร่างที่คุ้นตายืนยิ้มอยู่ หลายเรื่องที่อยากจะถาม เหมือนจะโผล่ขึ้นมาพร้อมกันในสมอง จนไม่สามารถพุดอะไรออกมาได้ เหมือนคนตรงหน้าจะรู้ ร่างเล็กนั้นยิ้มให้ก่อนจะเอ่ย
"...ไปเลิกกับเค้ามา....คนที่ทำให้เสียใจน่ะ...เสียเวลาเรื่องย้ายของออกจากที่เก่าไปอยู่คอนโดใหม่ ...พอเสร็จเรื่องก็รีบมาเลย...แต่มาถึงก็เห็นร้านปิดแล้วไม่กล้าเข้าไป...ได้แต่ยืนรอ แต่ก็ออกมาช้า" หางเสียงเหมือนจะต่อว่า เขาทำอะไรไม่ถูก...ได้แต่ยิ้มและยิ้ม...เมื่อได้ฟังเหตุผลที่อีกคนหายไป ก่อนจะบอกบางสิ่งที่รู้ว่าคนตรงหน้าต้องเข้าใจ

"ไหนๆ ก็ไม่ดื่มอะไรเดิมๆ แล้ว ลองแก้วใหม่ไหม?" ร่างบางยิ้ม
"...หวังว่าแก้วนี้จะไม่ขม..." สองร่างก้าวเท้าเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ....ใบหน้าที่โน้มชิดมือหนาที่เชยคางเรียวขึ้นและก่อนที่ริมฝีปากจะแนบชิด ก็มีเสียงกระซิบบางเบา

"...รับรองเลยว่า.....แก้วนี้จะหวานจนหยดสุดท้าย..."



+++++++++++++++