ลำนำไอยคุปต์ 5
posted on 10 Apr 2009 08:03 by alatal2iel-lissesul in Novel
ภายในกระโจมหลังเล็ก ภามินค่อย ๆใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดไปตามรอยแผลอย่างเบามือ ค่อย ๆ ใส่ยาให้ด้วยความอ่อนโยน เสียงนางครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดภามินจึงเอ่ยปลอบด้วยเสียงปลอบประโลม "ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็หายข้าจะทำค่อย ๆ "
“เชื่อใจข้า ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอกนะ”"เหลืออีกนิดเดียวทนหน่อยนะคนเก่ง"
"พอข้าพันแผลให้เจ้าเสร็จเจ้าก็นอนพัก อีกไม่นานเจ้าก็หายนะ"
เสียงอ่อนโยนที่แว่วมาทำให้ร่างสูงที่กำลังจะเลิกผ้าเข้าไปชะงักและค่อย ๆ ถอยออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
หลังจากทำแผลเรียบร้อย ภามินจึงเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงสาว เมื่อหน้าตามอมแมมได้รับการทำความสะอาดจึงเห็นดวงหน้าอ่อนเยาว์ น่ารักน่าเอ็นดูภามินถึงกับถอนหายใจ พลางนึกในใจ
"ก็นางน่ารักขนาดนี้เล่า พวกทหารจึงได้หวังจะฉุดคร่า" คิดขึ้นมาก็หงุดหงิดจึงเผลอกดผ้าแรงไปนิด หญิงสาวที่นอนอยู่จึงส่งเสียงครางเบา ๆ
"โอ๊ะ ขอโทษข้าทำให้เจ้าเจ็บหรอ" นางยิ้มแหย ๆ ภามินจึงลูบหัวนางด้วยความเอ็นดูก่อนจะเอ่ยถาม
“เจ้าชื่ออะไร”
“ข้าชื่อ คามาท ขอบคุณนะเจ้าคะที่ช่วยข้า” นางพูดพร้อมกับมองภามินด้วยสายตาเทิดทูน
“ไม่เป็นไร ข้าไม่ชอบให้ใครรังแกคนที่อ่อนแอกว่า”
“หากข้าหายดี ข้าจะทดแทนบุญคุณของท่านนะคะ” ภามินยิ้มอ่อนโยนก่อนจะบอก
"เจ้านอนอยู่นี่ก่อนนะ ข้าจะไปหาข้าวหายา มาให้กิน" กำลังจะก้าวออกไปหากแต่ มือน้อย ๆก็กำชายเสื้อนางแน่น สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ภามินจึงหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน
"ไม่ต้องกลัว ข้าไปแปบเดียว"
หลังจากจัดการให้นางกินยาและปล่อยให้นางพักผ่อนภามินจึงเดินมาข้างนอก เมื่อเห็นว่าหลายคนกำลังเก็บกระโจมเดินทางต่อภามินก็กลุ้มขึ้นมาทันที เพราะไม่รู้ว่าจะพาคนที่พักผ่อนอยู่ในกระโจมไปด้วยยังไง จะให้นางนั่งไปบนหลังม้าพร้อมกับเธอมีหวังแผลสะเทือนอักเสบขึ้นมาอีก ขณะที่กำลังเดินคิดไปนั้นตาก็หันไปเห็นเจ้าหญิงราย่า กำลังนั่งพักอิริยาบถอยู่ใกล้ ๆ ภามินยิ้มอย่างดีใจก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาเจ้าหญิงทันที
เจ้าหญิงราย่าหันมาเห็นภามินที่เดินตรงมาจึงทรงยิ้มให้ แล้วตรัสถาม
"จะออกเดินทางแล้วหรือ ถึงเดินมาตามเรา"
"เปล่าพะย่ะค่ะ คือหม่อมฉัน เอ่อ ..." ภามินเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังจะพูดจะทำให้อีกฝ่ายกริ้วรึเปล่า ถึงกับอึกอักเล็กน้อย เจ้าหญิงราย่าทำหน้างง ๆ ที่เห็นภามินที่ ปกติปากกล้าไม่กลัวใครมานั่งพูดอะไรไม่ถูกอยู่หน้าพระพักตร์จึงทรงพระสรวลเบาๆก่อนเอ่ยให้กำลังใจ
"เจ้ามีอะไรก็ว่ามาเถอะ" ภามินสูดลมหายใจรวบรวมความกล้าก่อนจะเอ่ย
"คือหม่อมฉันมาขอความช่วยเหลือพระเจ้าค่ะ" เจ้าหญิงราย่าเลิกพระขนง พลางหันมาตั้งพระทัยฟังมากขึ้น
"หืม เจ้ามีอะไรจะให้ข้าช่วยรึ" ภามินสูดลมหายใจอีกครั้งก่อนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องของหญิงสาวที่อยู่ในกระโจมของตนเองทั้งหมดให้เจ้าหญิงราย่าฟัง อย่างไม่ปิดบัง เจ้าหญิงอุทานด้วยความตกพระทัยเมื่อเธอเล่าถึงบาดแผลบนหลังของหญิงสาวผู้โชคร้าย
"หม่อมฉันแค่อยากจะขอพระราชอนุญาตให้นางติดรถม้าพระองค์ไปด้วยน่ะพระเจ้าค่ะ หากให้ขึ้นม้าไปกับหม่อมฉันเกรงว่าบาดแผลของนางจะอักเสบได้" ภามินปิดท้าย หลังจากหายตกพระทัย เจ้าหญิงราย่าจึงเอ่ย
"อย่าดูถูกน้ำใจของเราเลยภามิน อย่างไรเสียนางก็เป็นชาวนูเบียเหมือนเรา หากเราไม่ช่วยพี่น้องเราก็ดูจะใจจืดไปหน่อยกระมัง" ภามินฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยอย่างดีอกดีใจพลางนึกชอบน้ำพระทัยอันงดงาม
"หม่อมฉันว่าแล้ว ว่าพระองค์ต้องเป็นเจ้าหญิงผู้ทรงคุณธรรม เพราะว่าพระองค์สวย" เจ้าหญิงราย่าจึงทรงพระสรวลพลางยิ้มเอียงอาย รู้สึกถูกชะตากับราชองค์รักษ์หนุ่มหน้ามลคนนี้ทันที จึงทรงพุดคุยกับภามินอีกนิดหน่อย หลังจากทนดูพระนมของเจ้าหญิงค้อนจนตาจะหลุด ภามินจึงขออนุญาตออกมาโดยไม่วายแขวะพระนม
"หม่อมฉันขอตัวก่อนนะพระเจ้าค่ะ หากยังอยู่มีหวัง คนแถวนี้ตาหลุดออกจากเบ้าแน่ ๆ " พูดพลางชายตาไปยังพระนม เจ้าหญิงราย่าที่มองตามถึงกับพระสรวลคิกคัก
“แล้วมาคุยกับข้าอีกนะ เจ้าคุยสนุกดี”
“แน่นอนพระเจ้าค่ะ” ภามินตอบพลางยิ้มอ่อนโยน พระนมจึงค้อนให้สองวงทันที เดินออกมาได้หน่อยก็ได้ยินเสียง
“ไม่งามนะเพ ค้า...” และอีกมากมาย เรียกรอยยิ้มให้คนตัวบาง ที่นึกสงสารเจ้าหญิงราย่าที่ป่านนี้คงหูชาแล้วแน่ ๆ
ภามินเดินเอื่อย ๆอย่างอารมณ์ดี หวังจะไปช่วยพวกทหารเก็บกระโจมเตรียมเดินทางต่อ ก็เจอกับวรองค์สูงสง่าพอดี ภามินยิ้มให้และ กำลังจะเดินออกไปพระองค์ก็ถามขึ้น
"ไปทำอะไรมายิ้มหน้าบานเชียวนะ"
"อ๋อ ไปคุยกับเจ้าหญิงราย่ามา พระนางน่ารักนะ พระเจ้าค่ะ" ภามินตอบ
"คุยเรื่องอันใด" สุรเสียงเข้มขึ้นมาทันที
"หึงหรอ ไม่ต้องหึงหรอกน่าข้าแค่ขอให้พระนางช่วยพาผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถม้าไปด้วยแค่นั้นเอง" ภามินพูดหยอกเย้า ก่อนจะยิ้มให้ หากภายในใจเธอกำลังร่ำไห้
ภายใต้ท่าทีร่าเริงนั้น เจ้าตัวเก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้อย่างแนบเนียน เจ้าชายสเมนกาเรจึงคลายพระขนงที่ขมวดยุ่งลงและหันมายิ้มให้อย่างอ่อนโยน
"นางเป็นอย่างไรบ้าง"
“ใคร” ถามเสร็จก็มองหน้าคนถามเอ๋อ ๆ เมื่อเห็นว่าคนเบื้องหน้า โง่จริงไม่ได้แกล้งจึงทรงตรัส
“ข้าหมายถึงหญิงที่โดนโบย”"อ๋อออออ คามาทหรอ ไม่เป็นไรหรอกข้าทายาให้แล้ว นางกำลังพักผ่อน แล้วพวกทหารพวกนั้นล่ะ"
"อย่าไปสนใจเลย ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว"
"อืม แต่อย่าให้รุนแรงนักเลยนะ อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นกำลังสำคัญให้กับเรา คนเราอาจจะผิดพลาดบ้าง เราควรให้โอกาสแก้ตัวนะ ข้าไปล่ะ" พูดเสร็จก็ตั้งท่าจะเดินหนี
"จะไปไหน""ไปช่วยเค้าเก็บของไง จะได้รีบเดินทาง"
"ไม่ต้อง ไปกับข้า" พูดเสร็จก็ลากข้อมือคนตัวเล็กเดินตามไปทันที
"โหย ไม่ต้องลากก็ได้ เดินเองได้น่า" ภามินพูดพลางแกะมือใหญ่ ๆ นั่นพลาง เขาไม่รู้เลยรึไงนะว่าแค่สัมผัสแค่นี้ก็ทำให้ใจเธอเต้นแรงจนจะระเบิดอยู่แล้ว ยิ่งทำแบบนี้เธอยิ่งปวดหัวใจ คนตัวโตเพียงแต่ปรายตามอง และยังจับมือเธอลากไปเหมือนเดิม ภามินเลิกดิ้นรนเมื่อรู้ว่าดิ้นไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงเดินตามหลังคนที่ลากเธอไปอย่างสงบ อยู่ดี ๆ คนที่ลากเธอมาตลอดก็หยุดเอาเฉย ๆ ทำเอาหน้าเธอทิ่มลงไปกลางหลังคนตัวโตทันที
"โอ๊ย จะหยุดก็ไม่บอก" ภามินแวด พลางค้อนใส่
"เจ้าเคยรักใครรึไม่" คนตัวโตถาม
"ท่านถามข้าครั้งนี้ครั้งที่ 2 แล้ว" คนตัวเล็กยียวน
"นั่นสินะ” แล้วก็เงียบไป จนคนตัวเล็กต้องเดินมาข้าง ๆ เพื่อมองหน้าคนที่กำลังเงียบงันให้เต็มตา เมื่อเห็นดวงตาสีน้ำเงินนั้นดูหม่นหมอง พระพักตร์เศร้าสร้อย ภามินก็เลิกยียวน ก่อนจะค่อย ๆ พูดคำพูดที่อยู่ลึก ๆ ในใจ
"ข้ายังรักอยู่นะ คนที่ข้าเคยบอก" พูดเสร็จคนข้าง ๆ ก็หันมามามอง
"คนที่เจ้าหลงรักตั้งแต่ในฝันน่ะรึ" ภามินพยักหน้าก่อนจะหันไปสบตาสีน้ำเงินคู่นั้นนิ่งนานก่อนจะเอ่ย
"แม้เค้าจะทำให้ข้าเจ็บ แม้เค้าจะไม่เคยมีข้าในหัวใจ แม้เค้าจะมีคนที่เฝ้ารัก แต่ข้าก็รักเค้า รักมาก และคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง" ภามินพูดโดยไม่หลบสายตา ดวงเนตรสีน้ำเงินไหววูบก่อนจะเอื้อมมือมาโยกหัวคนตัวเล็กเบา ๆ ไม่มีเสียงใดระหว่าง 2 ร่างที่ยืนเคียงกัน แต่กลับเหมือนมีความอบอุ่นอ่อนโยนอวลอยู่รอบ ๆ เจ้าชายสเมนกาเรหันมามองคนข้าง ๆ พลางเอ่ยทำลายความเงียบ
"ไปกันเถอะ จะได้รีบกลับ กลับบ้านเรา" สามคำสุดท้ายแผ่วเบาราวกับสายลมจนคนตัวเล็กที่กำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ไม่ทันได้สังเกต
ขบวนพักอีกครั้งเมื่อแสงสุดท้ายแห่งวันลับลาขอบฟ้า ภามินกำลังนั่งทำหน้ากลุ้มแสนกลุ้มอยู่ในกระโจมเมื่อสาวน้อยคามาทนั่งมองเธอตาแป๋ว เธอลืมไปเสียสนิทว่านางต้องนอนที่นี่ครั้นจะให้ไปนอนที่อื่น นางก็หวาดกลัว นางยึดติดกับภามินคนเดียว ขนาดนั่งไปบนรถม้ากับเจ้าหญิงก็ส่งสายตามองหาเธอตลอดเวลา เหมือนลูกหมาที่ภักดีกับเจ้าของ ภามินก็พอเข้าใจ เจอเรื่องแบบนี้ใครไม่กลัวก็บ้า ภามินนิ่งคิดไปซักพักก็ตัดสินใจเอ่ยปาก
“คามาท ข้ามีเรื่องต้องบอกเจ้า หากข้าบอกสัญญาได้ไม๊ว่าจะเก็บเป็นความลับ” ตาแป๋ว ๆ นั้นมองมาก่อนพยักหน้ารับ
“มีอะไรหรือเจ้าคะ” นางเร่งเมื่อเห็นภามินเงียบไป
“ข้าเป็นผู้หญิง”
“คะ อะไรนะเจ้าคะ” ถามอย่างไม่เชื่อหู
“ข้าบอกว่า ข้าเป็นผู้หญิง” ภามินเอ่ยซ้ำ
“หา!!!!” เสียงเล็กดังลั่นกระโจม จนภามินอุดปากคนตัวเล็กแทบไม่ทัน
“เจ้าจะเสียงดังทำไมเนี่ย” ภามินดุ เจ้าตัวยิ้มแหย ๆ
“เอ่อ ข้าตกใจไปหน่อยเจ้าค่ะ” ภามินจึงเล่าเรื่องของเธอให้อีกฝ่ายฟังคร่าว ๆ โดยละเรื่องที่เธอมาจากไหนไว้ ถ้าหากบอกไปไม่แคล้วนางคงหาว่าเธอบ้า เธอจึงเลือกเล่าเฉพาะเรื่องที่เล่าได้ คนที่นั่งฟังเงียบ ๆ มานานตาโตพลางพูดในสิ่งที่ภามินแปลกใจ
“ท่านเก่งจัง”“เจ้าไม่ตกใจหรือ”
“ตกใจก็ตกใจอยู่ แต่ท่านเป็นผู้มีพระคุณของข้า ต่อให้ท่านเป็นอย่างไรข้าก็ไม่สนใจหรอกเจ้าค่ะ” พูดพลางยิ้มจนตาหยี ภามินนึกเอ็นดูสาวเจ้าขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยสำทับ
“สัญญานะ ว่าจะไม่บอกใคร”
“แน่นอนเจ้าค่ะ” ภามินยิ้มอย่างพอใจในคำตอบของเจ้าตัว
จากวันที่เธอบอกความจริงกับคามาทภามินก็รู้สึกว่าตัวเองคิดถูกเพราะคามาทนอกจากจะไม่บอกใครแล้วยังช่วยเธอปกปิดเป็นอย่างดี ช่วยดูต้นทางเวลาเธอไปอาบน้ำ ช่วยเหลือเธอเรื่องผู้หญิง ๆ หลายเรื่อง จนบางครั้งภามินก็เกรงใจหากคามาทบอกเพียงว่า
“เรื่องแค่นี้ไม่เท่ากับที่ท่านเคยช่วยชีวิตข้าไว้ด้วยซ้ำ” ภามินจึงอับจนคำพูดทำได้เพียงเอ่ยเบา ๆ
“ตั้งแต่นี้ข้าไม่ใช่ผู้มีพระคุณของเจ้าแล้วคามาท” คามาทมองเธอด้วยสีหน้าสงสัย ก่อนจะเอ่ยอะไรเสียงใสก็ดังขึ้น
“เจ้าเป็นเพื่อนข้า เพื่อนคนเดียวของข้าที่นี่” คามาทยิ้มพลางน้ำตาคลอ สองสาวกอดกันกลมแทนคำพูดใด ๆทั้งหมด

ตอนที่ 2-3-4 มานไปไหนอ่า???
#1 By m@ma-sUgaI2 bOy on 2009-04-10 10:06