ลำนำไอยคุปต์ 3
posted on 05 Apr 2009 08:30 by alatal2iel-lissesul in Novel
เจ้าชายสเมนกาเรอยู่ในชุดเกราะพร้อมรบนั่งบนอาชาดูงามสง่า ชายผ้าคลุมพระอังสาปลิวไสว ถัดไปด้านหลังเป็นภามินกับอิมโฮเทตและเหล่าราชองครักษ์ พร้อมกับกองทัพ อันเกรียงไกรสายตาจับจ้องไปที่ประตูเมืองนูเบีย ก่อนจะสั่งด้วยเสียงทรงอำนาจ
“เนื่องด้วยนูเบีย ผิดต่ออียิปต์ นอกจากจะมิส่งเครื่องบรรณาการแล้วยังส่งคนไปลอบปลงพระชนม์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ ไม่สามารถให้อภัยได้ จงทำลายนูเบียให้ยับ สมกับสิ่งที่มันกระทำ ฆ่าเมื่อต้องฆ่า ละเว้นเด็ก สตรี และ คนชรา ทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นของเรา ไป!!!!”
สิ้นเสียง ม้าศึกก็ชักโผนนำกองทัพทันที ภามินไม่เสียเวลาคิดอะไรชักม้าตามเสด็จทันที กองทหารอียิปต์เมื่อเห็นเจ้าเหนือหัวออกนำทัพด้วยองค์เองก็ฮึกเหิมโห่ร้องวิ่งเข้าใส่ศัตรูทันที
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายภามินหวดดาบซ้ายขวา ตาก็คอยเหลือบมองอันตรายที่จะมาก้ำกรายเจ้าชายเป็นระยะ ๆ เพียงชั่วขณะที่ภามินละสายตา ทวนยาวก็พุ่งมาปักพระพาหาของเจ้าชายสเมนกาเรทันที เจ้าชายทรุดลง แต่ด้วยขัตติยะมานะ พระองค์กระชากทวนออกขว้างใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้ ๆ ทันทีโลหิตสีแดงไหลหลั่งพระองค์กัดพระทนต์แน่นก่อนจะใช้ดาบหวดใส่ศัตรูต่อไป ภามินแค่เห็นทวนที่มาโดนพระพาหาก็เลือดขึ้นหน้า มองหาที่มาของมันทันที เมื่อรู้ว่าเป็นของเจ้าชายโนบีแม่ทัพของนูเบีย ก็ชักม้ารี่เข้าใส่ ทันที!!!
ภามินหวดดาบใส่ทหารเลวที่ขวางทาง พลางชักม้าตรงไปยังรถศึกของเจ้าชายโนบี โดยที่ไม่มีใครได้คาดคิดภามิน กระโดดขึ้นบนหลังม้า และ ทยานลงบนรถศึกของแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม เหวี่ยงดาบใส่ เจ้าชายโนบี เจ้าชายโนบีชักดาบขึ้นรับดาบของภามิน ภามินใช้โอกาสที่เจ้าชายโถมเข้าใส่พลิ้วหลบ หมุนตัวไปด้านหลัง จัดการตัดคออีกฝ่ายทันที ทั้งกองทัพที่กำลังชุลมุนนั้นเมื่อภามินชูศรีษะของเจ้าชายโนบีขึ้น เสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะของอียิปต์ดังขึ้น ทหารของนูเบียก็เสียกระบวน โดนไล่ต้อนจนทำให้กองทัพอียิปต์เข้ายึดเมืองได้ง่าย ๆ ทันที
ท้องพระโรงแห่งนูเบีย เจ้าชายสเมนกาเรที่บัดนี้แผลที่พระพาหาได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วนั่งเป็นองค์ประธาน อยู่บนบัลลังค์สีทอง ต่ำลงมาเป็น ราชินีและ เจ้าหญิงราย่า แห่งนูเบีย ที่ทรงนั่งกรรแสงอยู่ ที่ลานกว้างด้านหน้าเป็นเหล่าเชลยที่รอการตัดสินโทษอยู่ องค์ชายสเมนกาเรแปลกพระทัยที่ไม่เห็นภามินอยู่ที่นี่ด้วย แต่ด้วยภารกิจจึงทรงตัดสินโทษไปตามบทลงโทษ
“ประหาร” ทันทีที่สินกระแสรับสั่ง เสียงร้องไห้ก็ดังระงมทั่วบริเวณ
ขณะเดียวกันนั้นเองภามินนั่งล้างมืออยู่ข้าง ๆ ลำน้ำสองมือถูกันจนแดง น้ำตาหยดเป็นสาย ถึงจะเคยออกสงครามมาบ้างแต่เธอก็ไม่เคยฆ่าใครนอกจากแทงให้ไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ได้เท่านั้น แต่วันนี้เธอตัดคอคน ตัดคอคน ดังซ้ำ ๆ ในหัว อิมโฮเทตเดินตามหาจนมาเจอพอดี มองไหล่บางที่สะท้านด้วยแรงสะอื้นอย่างเห็นใจ ก่อนจะเดินเข้าไปปลอบเบา ๆ
“อย่าร้องไห้เลยเจ้า ในภาวะสงครามหากเจ้าไม่ฆ่า อีกฝ่ายก็ต้องฆ่าเรา วันนี้เจ้าฆ่าคนแค่คนเดียวแต่เจ้าช่วยเหลือทหารอียิปต์อีกหลายพันคน อย่าเสียใจเลย” ภามินค่อยคลายสะอื้นก่อนจะหันมามายิ้มขอบคุณให้ชายหนุ่ม อิมโฮเทตยิ้มตอบพร้อมกับบอกถึงจุดประสงค์ที่เดินมาตามว่า
“เจ้าชายให้มาตามแน่ะ” ภามินพยักหน้าก่อนออกเดินไปเข้าเฝ้าพร้อม ๆ กับอิมโฮเทตด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น
ภามินที่เดินมาสมทบเมื่อได้ยินกระแสรับสั่งให้ประหารหัวใจก็กระตุกสงสารผู้คนเหล่านั้นทันดี จึงรีบคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ก่อนจะรีบทูลว่า“ข้าแต่พระองค์ ขณะนี้นูเบียก็ได้รับความเสียหายมากแล้ว คงไม่มีโอกาสพลิกฟื้นมาก่อกบฏอีกง่าย ๆ เหล่าเชลยพวกนี้แม้นประหารไปก็มิได้เกิดประโยชน์อะไร สู้ส่งไปให้ใช้แรงงานสร้างมหาวิหารและปิระมิด คงจะเหมาะกว่านะพระเจ้าค่ะ” ภามินกราบทูลเสร็จ เจ้าชายสเมนกาเรก็หันมามองก่อนจะตรัสว่า
“เนื่องจากเจ้าเป็นผู้นำชัยชนะมาสู่เรา เราจะฟังคำเจ้า พวกเชลยส่งไปเป็นทาสที่หุบเขากษัตริย์ โดยอียิปต์จะส่งข้าหลวงมาเป็นผู้สำเร็จราชการที่นี่ ส่วนเจ้าหญิงราย่าต้องเป็นบาทบริจาริกาแห่งเรา” สิ้นสุรเสียงหัวใจภามินแปลบเป็นริ้ว ๆ ขึ้นมาทันที จนต้องขอตัวออกจากที่นั่นทันทีโดยมีสายตาเจ้าสายสเมนกาเรมองตามอย่างงงๆ
ทันที่ที่พ้นจากท้องพระโรง น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลหลั่ง ภามินกัดริมฝีปากตัวเองไม่ให้สะอื้น พร่ำบอกตัวเองว่า
“เราเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้ชาย ไม่มีสิทธ์” ก่อนจะนั่งหมดเรี่ยวแรงอยู่ข้างเสาต้นใหญ่ต้นหนึ่ง เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้น“เจ้ารักเจ้าหญิงราย่าหรือ” ภามินสะดุ้งก่อนรีบปาดน้ำตา แล้วตอบออกไปทันที
“เปล่าพระเจ้าค่ะ” เจ้าชายหันมามองหน้าก่อนถามต่อ
“แล้วเจ้าเสียใจเรื่องใด จู่ ๆ ก็วิ่งออกมา”
“ข้าเปล่า แค่สงสารพวกที่ไปเป็นทาส” ภามินปด
“แค่นั้นก็ถือว่าปรานีแล้วสำหรับพวกกบฏ เจ้าอย่าทำตัวเป็นหญิงบ่อน้ำตาตื้นเลยน่า” เจ้าชายตรัสหยอกเย้า
ภามินสะอึกกึก ก่อนจะกลบเกลื่อน
“พูดอย่างงี้เดี๋ยวก็จับทุ่มอีกหรอก” พูดพลางค้อนพลางใส่เจ้าชาย เจ้าชายจึงทรงพระสรวลออกมา
“เจ้านี่ตลกดี คืนนี้มีงานฉลองเจ้าอย่าลืมล่ะ ” ภามินพยักหน้าก่อนจะขอตัวรีบเดินออกมาทันที เจ้าชายสเมนกาเรมองตามอย่างขำ ๆ กับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของเจ้าหนุ่มหน้าใสนั้น
คืนนั้นท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองสนุกสนานสมกับเป็นงานฉลองชัยชนะ เหล่านางระบำเต้นรำอย่างยั่วยวน อาหารและเหล้าถูกลำเลียงเข้ามาไม่ขาดสาย เจ้าหญิงราย่าที่ดูเหมือนจะทำใจได้แล้วว่าต้องเป็นบาทบริจาริกาแห่งเจ้าชายสเมนกาเร ก็ถวายการดูแลเจ้าชายอย่างเต็มอกเต็มใจ สายตาเจ้าชายที่มองหน้าเจ้าหญิงราย่าก็เต็มไปด้วยความพึงพอใจ แต่หากมองลึกลงไปจะเห็นว่าสายตาที่ทอดมองนั้นราวกับค้นหาใครอีกคน คนที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นั้น คนที่อยู่ในใจพระองค์ไม่เคยจาง
ภามินมองภาพความสนิทสนมของคนบนบังลังค์ทองอย่างเจ็บปวด ภายใต้ใบหน้าที่แย้มพราย เธอกัดปากตัวเองเพื่อกลั้นน้ำตาให้ไหลกลับไปข้างในคอยบอกตัวเองในใจ
“เราไม่มีสิทธิ์ เรามาแล้วเราก็ต้องกลับ เขาเจอคนที่ดีก็ต้องดีใจ” เจ้าตัวตัดใจจากภาพตรงหน้าก่อนจะหันมาสนใจสังเกตท่าที ผู้คนที่อยู่รอบกาย เป็นการระวังภัยไปด้วยในตัว ด้วยความหน้าตาดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยังมาแต่งเป็นชายหนุ่มก็ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นหนุ่มน้อยหน้าใส นางกำนัลหลายคนจึงส่งสายตาเป็นระยะ ๆ แรก ๆ ภามินก็งง ๆ สักพักเมื่อเข้าใจความหมายจึงตอบรับไมตรีที่มีมา พร้อมกับทำหน้าทำตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มได้สมจริง ประชดชายอีกคนที่อยู่บนบัลลังก์ทอง เจ้าชายสเมนกาเรหันมาเห็นภามินที่ทำท่าอี๋อ๋อกับเหล่านางกำนัล จึงทรงพระสรวลแล้วตรัสหยอกภามินว่า
“ภามิน ข้าว่าถ้าหากเจ้าโตกว่านี้อีกหน่อย วังทั้งวังของอียิปต์คงวุ่นวาย เพราะเหล่านางกำนัลที่แย่งชิงเจ้าแน่ ๆ”
“เห็นข้าหล่อกว่า หญิงเยอะกว่า อิจฉาล่ะซิ๊” ภามินค้อนก่อนจะตอบไปอย่างกวน ๆเสียงสรวลดังลั่นท้องพระโรง
“เจ้านี่ ไม่เคยทำให้ข้าเบื่อเลยจริง ๆ” เจ้าหญิงราย่ามองอย่างงง ๆกับคำพูดที่ราวกับไม่กลัวหัวขาดของภามิน กับกริยาที่ดูสนิทสนมกันอย่างมากมายของทั้ง 2 หนุ่ม แต่ก็ยังไม่ทันได้คิดอะไรเจ้าชายก็ดึงเจ้าหญิงมาแนบอกก่อนจะตรัสคำพูดที่ทำเอาเจ้าหญิงหน้าแดง
“แค่ข้ามีหญิงงามดั่งเช่นเจ้าหญิงราย่า ข้าก็ไม่อยากได้ใครอีก” ตรัสเสร็จก็เสวยน้ำจัณฑ์ต่ออย่างสบายอารมณ์
ภามินได้ยินก็ปวดแปลบขึ้นมา จึงนิ่งเงียบ หันมาสนใจมอมนางกำนัลข้างกาย จนอีกฝ่ายเมาไม่รู้เรื่อง แล้วค่อย ๆ ลุกออกจากงานไป โดยที่คนในงานไม่ทันได้รู้ตัว
ภามินเดินไปเรื่อย ๆ จนมาถึงห้องพักของตนเองในนูเบีย ขณะที่มองอะไรไปเรื่อยเปื่อยก็สะดุดตาเข้ากับหีบใส่ของที่วางอยู่ในห้อง ภามินเปิดดูก็เห็นเสื้อผ้าผู้หญิงวางอยู่ด้านในภามินหยิบขึ้นมาดูอย่างสะท้อนใจ
“เราคงไม่มีโอกาสได้ใส่” คิดเสร็จก็มองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ทุกคนคงยังอยู่ที่งาน ภามินจึงเปลี่ยนมาใสชุดที่ถืออยู่ทันดี แต่งตัวเสร็จภามินก็หมุนตัวไปมา หน้ากระจกเงาอย่างพออกพอใจ ขณะที่กำลังจะเปลี่ยนกลับเป็นชุดเดิมนั้น ประตูก็เปิดออก ร่างโปร่งก้าวเข้ามาแล้วต้องชะงัก เท้าทันที
เจ้าชายสเมนกาเรที่เดินออกมารับลมหลังจากที่ดื่มน้ำจัณฑ์ไปมากมายด้วยความรู้สึกหลากหลายข้างใน เมื่อเห็นห้องของภามินมีแสงเทียนวับแวมจึงเปิดเข้าไป คิดว่าจะไปหาเพื่อนคุยก็ ต้องตกตะลึงชะงักฝีเท้า เมื่อปรากฏร่างหญิงสาวที่งดงามราวเทพธิดา ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ปากอิ่มเม้มแน่น คิ้วเรียวสวยขมวดยุ่ง เส้นผมยาวตรงสยายเต็มหลัง รูปร่างอ้อนแอ้น ดอกบัวงามคู่นั้นแม้ไม่ใหญ่โตแต่กลับอวบอิ่มสมตัว เอวคอดกิ่ว สะโพกผายได้รูป รับกับเรียวขายาวสวย งามจนลืมพระองค์สาวเท้าเข้าประชิดกอดร่างนั้นไว้แนบอกทันที ภามินดิ้นขลุกขลักพยายามเบี่ยงตัวหนี หากแต่วงแขนแข็งแกร่งนั้นรัดแน่นจนเธอหนีไปไหนไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะวงแขนนั้นหรืออารมณ์บางอย่างในหัวใจที่ทำให้ภามินหยุดดิ้น ก่อนจะสบตากับดวงตาสีน้ำเงิน ที่ดุเหมือนจะดูดกลืนเรี่ยวแรงของเธอไปจนหมด
เจ้าชายสเมนกาเรสอดมือเข้าไปที่ท้ายทอยของภามินก่อนจะโน้มดวงหน้าลงมาจุมพิต เริ่มจากยั่วเย้าริมฝีปากล่างเบา ๆ ค่อย ๆ ทวีความเร่าร้อนขึ้น จนร่างบางสะท้านไหว เจ้าชายยิ่งได้ใจใช้ฝ่าพระหัตถ์ลูบไล้ไปทั่วผิวเนียนนุ่ม ริมพระโอฐ หนาค่อย ๆ ไล่ละพวงแก้ม เรื่อยไปจนถึงซอกคอขาวผ่อง ภามินรู้สึกราวกับไม่ใช่ตัวของตัวเองเรี่ยวแรงที่ทีดุเหมือนจะหดหายไปหมด เจ้าชายสเมนกาเรค่อย ๆ ช้อนร่างในอ้อมพระพาหา ขึ้นโดยที่พระโอษฐ์ยังไม่ละไปจากริมฝีปากบาง ภามินโอบกระหวัดแขนรอบคอของเจ้าชาย จนแผ่นหลังกระทบกับความเย็นของที่นอน ร่าบางสะดุ้ง
“อ๊ะ อย่า... เพคะ มะ...ไม่ดะ..” ยังไม่ทันจบประโยคพระโอษฐ์ได้รูปก้ปิดลงบนริมฝีปากเอ พระหัตถ์ยังคงทำหน้าที่ต่อเนื่อง ค่อย ๆ ปลดเสื้อผ้าออก ก่อนจะใช้ริมพระโอษฐ์ สำรวจตรวจตราทั่วทั้งร่างหญิงสาวอย่างคลั่งไคล้จนกายสาวสั่นสะท้าน ริมฝีปากบางที่ถูกปล่อยเป็นอิสระ ส่งเสียงครวญคราง ที่ยิ่งทำให้อารมณ์ของเจ้าชายทวีความรุนแรงขึ้น
ไม่มีจุดไหนที่จะหลุดพ้นพระโอษฐ์อุ่นจัด
ภามินรู้สึกเหมือนมีของร้อน ๆ แนบไปตามรอยพระโอษฐ์ ที่ฝังตามร่างกายของเธอ หัวสมองหมุนวนคิดอะไรไม่ออก คิดเพียงอยากให้ทรงสัมผัสมากขึ้น มากขึ้น ผิวขาวซับสีเรื่อขึ้นมาทันทีเจ้าชายมองอย่างพอพระทัย พระองค์มองขึ้นไปบนดวงหน้างดงามเห็นดวงหน้างามซับสีระเรื่อ ดวงตากลมโตมองพระองค์อย่างเว้าวอน จึงทรงเลื่อนกายไปกระซิบข้าง ๆหูร่างบาง
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เคย ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเจ็บ เชื่อใจข้านะ” ภามินมองพระพักตร์เจ้าชายก่อนจะพยักหน้าอย่างเอียงอาย เจ้าชายยิ้มก่อนที่จะค่อย ๆบรรเลงเพลงรักให้กับร่างบางไปตามครรลอง ภามินกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทันทีที่เจ้าชายรุกรานเข้าไปด้านใน ร่างบางถดถอยหนี พระองค์จึงปิดเสียงร้องนั้นด้วยพระโอษฐ์ก่อนจะค่อยๆ บรรเลงเพลงรักต่อ จนกระทั่งความเจ็บจางหาย ความหฤหรรษ์ถาโถมเข้ามาแทน ภามินเริ่มเข้าใจจังหวะที่เจ้าชายบรรเลง จึงส่งเสียงประสานเข้ากับทำนองที่พระองค์บรรเลง จากอ่อนหวานค่อยทวีความเร่าร้อน เสียงหวานรัญจวนใจดังเป็นระยะ ๆ จนบทเพลงนั้นจบลงอย่างงดงาม
เมื่อสัมผัสว่าร่างหนาข้าง ๆ ผ่อนลมหายใจเป็นจังหวะแสดงถึงการหลับสนิทภามินจึงค่อย ๆก้าวลงจากเตียงแม้จะมีอาการขัด ๆ บ้างแต่ก็ลงมาจนได้ ภามินหันหลังไปมองร่างกายงดงามเยี่ยงชายชาตรีนั้นอย่างแสนรัก ก่อนจะกล่าวเบา ๆ “ข้าจะจดจำค่ำคืนนี้ไว้ตลอดไป ข้ารู้ว่าพระองค์ไม่ได้รักข้า แต่ข้ารักพระองค์และจะรักตลอดไป” พูดเสร็จก็โน้มตัวลงจุมพิตริมพระโอษฐ์หยักสวยนั้นก่อนจะตัดใจหันหลังกลับไปแต่งตัวทันที ลับหลังร่างบางคนที่ดูเหมือนจะหลับสนิทนั้นก็กลับลืมตาขึ้นโดยไม่มีอาการง่วงงุน
เพระถ้า copy ใน word แล้วมาวางเลย
ขอบเขตมันไม่เท่ากัน แกต้องมาจัดในกล่องที่นี่ใหม่อีกครั้ง
เข้าใจ๋
#1 By ♪ ♥ MaRcHmEllO™ ♥ ♪ on 2009-04-05 08:41