นิยายเรื่องนี้ เป็นนิยายY นะคะ แต่งร่วมกับเพื่อน อีกคนหนึ่ง.....Base on true story ค่ะ!!! 5555+

เรื่องนี้ลงเร็วค่ะ เนื่องจากมีน้องๆ บางส่วนที่อ่านไปแล้วอยากอ่านต่อ (เพราะยังแต่งไม่จบ กร๊ากกกก)

อ่านกันให้ตาแฉะค่ะ กร๊ากกกกกกก สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

             เคยจินตนาการถึงคนรักในอุดมคติไม๊ครับ ผมเคยครับ ผมเคยคิดว่าคนรักของผม ต้องน่ารักๆ ขี้อ้อนหน่อยๆ คอยดูแลเอาใจใส่ผม เฮ้อ! แค่คิดก็มีความสุขแล้วครับ แต่ก็อย่างที่รู้กัน อุดมคติกับความจริงมักไปด้วยกันไม่ได้เสมอ ไอ้ที่ผมจินตนาการไว้ หายไปเมื่อผมหันกลับมาเจอ ใครบางคน นั่งกระดิกตีน อ่านหนังสือพิมพืด้วยท่าทางที่ดูแล้วบอกได้คำเดียวว่า คันอวัยวะเบื้องต่ำเป็นยิ่งนัก ไอ้คนคนนั้นลดหนังสือพิมพ์ลง หันมายักคิ้วให้แบบกวนตีนอีกรอบ แถมด้วยเสียงยานคาง
"มองไรค้าบบ รู้แล้วว่าผมหล่อ ไม่ต้องมองเยอะ เดี๋ยวความขี้เหร่มันจะมาติดผม ข้าวอ้ะเสร็จยัง หิวจาตายแระเนี่ย ให้ว่องเพ่ให้ว่อง"
" เออ! รู้แล้ว แม่งสั่งกรูจัง กรูมีเมียหรือมีพ่อวะเนี่ย แทนที่จะมาปรนนิบัติกรู กรูต้องมานั่งทำให้เนี่ย" ถึงผมจะบ่นแต่ผมก็เดินไปทำกับข้าวให้มันนะครับ (แล้วมึงบ่นเพื่อ?) เรื่องของกรู! ผมเริ่มทะเลาะกับตัวเองอีกละ ไอ้เสียงยานคางก็ดังมากวนประสาทอีกรอบ
"แล้วงายยย หรือจะมาเป็นเมียผมอ้ะ ผลัดกัน ผมพร้อมทุกสถานการณ์นะ 5555+" -*- มึงรอไปเหอะ กรูคงยอม สาดดดด
"นั่งรอแดกอย่างเดียวเลยนะเมิงง ข้าวอ้ะมายกดิ หรือจะรอกรูประเคน" ผมตะโกนสั่ง
"มาประเคนเด่ะ เดี่ยวให้พร" มันยังไม่เลิกครับ ผมเลยให้พรมันแทน
" สาดดด" เสียงหัวเราะแบบกวนตีนดังอีกรอบ ก่อนที่มันจะพาตัวผอมๆ ของมันมาช่วยผมยกกับข้าวไปวางที่โต๊ะ พอได้จานข้าวมันก็นั่งกินแบบไม่มองหน้าใคร มือหนึ่งถือช้อน มือหนึ่งถือหนังสือกีฬา บางทีก็หันไปมองทีวีที่เปิดทิ้งไว้ด้วย ทำได้ไง? ผมต้องดึงหนังสือพิมพ์ออกจากมือมันให้มันเลือกเอาสักอย่าง มันหันมาทำหน้ายุ่งใส่ผม แต่พอเจอหน้าดุๆ ของผมเข้าไปก็จ๋อย นั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวไป


                   ระหว่างนั้นผมได้แต่พิจารณาคนตรงหน้า หน้าตากวนๆ ติดจะหวานนิดๆ ผิวเนียนขาว ปากแดง ตาโตที่มักจะมองตรงมาที่ผมเสมอ  เมื่อไหร่กันนะ ที่ผมเปิดใจให้ใครเข้ามาใกล้ถึงขนาดนี้ เมื่อไหร่กัน ที่ผมยอมเปิดโลกส่วนตัวให้คนคนหนึ่งก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ระหว่างที่ผมนั่งมอง ตาโตๆ ก็มองหน้าผม
"รอให้ข้าวมันซึมเข้าผิวหนังหรอ ค้าบบ มองอยู่ได้ กินเด่ะ" ผมได้แต่ประเคนมะเหงกลงบนหัวที่ตัดผมทรงเกาหลีที่ผมดูยังไงก้อไม่เกาหลี มันดูออกไปทางยุ่งๆ มั่วๆ ยาวๆ ปรกหน้าปรกตา บังหน้าเนียนๆ ของมันจนเกือบหมด ผมเอื้อมมือไปจับปอยผมที่ยาวๆ นั้นทัดไปที่ใบหูให้ ปากแดงๆ หันมายิ้มให้ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารตรงหน้าต่อ

 


                 กิน ข้าวเสร็จไอ้ตาโตก็เข้าไปล้างจานชามโดยที่ผมไม่ต้องสั่ง ผมเดินออกมานั่งสูบบุหรี่นอกบ้าน สักพักไอ้ตาโตก็ตามออกมาทำหน้าบู้บี้ ผมเลยดับบุหรี่ รู้ว่าคนข้างๆ แพ้ควันบุหรี่ แต่ก้อไม่เคยห้ามไม่ให้ผมสูบ ผมดึงคนที่ยืนค้ำหัวผมมานั่งข้างๆ
"เรียนกี่โมง" คนข้างๆทำหน้ายุ่ง
"เรียนอารายอีกกกกก ไม่มีเรียนแล้ว" ผมหันมาคิ้วยุ่งแทน
"อ้าวแล้วที่แต่งตัวไปมหาลัยทุกวันนี่อ้ะ ไปทำไม" มันทำหน้าเหมือนผมโง่ครับ ผมเลยตบหัวมันไปทีนึง
" โอ๊ย โหย แม่งโหดร้ายชอบทำร้ายร่างกาย ..เฮ้ยๆๆ อย่าๆ บอกละๆ ไปทำโปรเจ็คจบค้าบบ" มันรีบบอกเมื่อเห็นผมยกมือขึ้นเตรียมประเคนลงไปอีกรอบ ผมพยักหน้าแสดงอาการเข้าใจ
"ถามแต่ผม แล้วพี่มาร์ชอ้ะ ไม่ไปทำงานหรอ"
"ว่าจะไปบ่ายๆ "
" โหยย สบายว่ะ อยากทำงานแบบนี้บ้าง เข้ากี่โมงก็ได้" ผมได้แต่ยีผมมันให้ยุ่งกว่าเดิมไม่ตอบอะไร คนข้างๆ โวยวายนิดหน่อยก่อนจะนั่งนิ่งๆ เมื่อเห็นว่าผมลูบหัวมันเล่นเฉยๆ ผมนั่งคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา กว่าจะผ่านมาถึงจุดนี้ ผมต้องผ่านอะไรมาบ้างนะ ...


TBC ....

 

 

2549...

 


                    ผมวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นไปบนตึกเพื่อเริ่มงานในวันแรก ได้แต่คิดว่า ซวยแล้วๆ ดูเหมือนว่าการทำงานในวันแรกของผมคงไม่น่าประทับใจซะแล้ว เมื่อตอนนี้ผมยังวิ่งไม่ถึงบริษัท ผมวิ่งเข้าลิฟท์กำลังจะกดปิดก็ได้ยินเสียงตะโกนโหวกเวกตามมา

"รอด้วยครับ" มันทำให้ผมต้องเปิดประตูลิพท์ขึ้นอีกครั้ง ทั้งๆที่รีบจนจะบ้าตายแล้ว คนที่ผมเปิดลิพท์รอรีบวิ่งเข้ามา อย่างหอบๆ ดูท่าว่าเราคงจะสายไม่ต่างกัน
"ชั้นไหนครับ" ผมถามตามมารยาท เขาหันมามองที่เลขชั้นก่อนจะยิ้มละลายใจ
"ชั้นเดียวกันครับ" ผมหันไปมองหน้าเขา ทันพอดีที่เขาหยิบบัตรพนักงานขึ้นมาติดที่หน้าอก อ้าว! บริษัทเดียวกะกรูนี่หว่า  ผมเลยหันไปยิ้มผูกไมตรีไว้ก่อน เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกันได้ ยังไม่ทันได้ถามอะไรลิพท์ก็มาถึงชั้นที่ต้องการพอดี ไวจังฟระ กรูยังไม่ทันได้ถามไรเลย สาดดด ผู้ชายคนนนั้นหันมายิ้มให้ผมก่อนจะแยกออกไป ผมเดินไปติดต่อที่ประชาสัมพันธ์

             แล้วผมก็ได้มานั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับเพื่อนพนักงานใหม่อีก 2 คน เราทั้งสามนั่งฟังแลคเชอร์ กฏระเบียบ หน้าที่ และ งานที่ต้องรับผิดชอบจากฝ่ายบุคคลหลังจากฟังแลคเชอร์จนใกล้จะหลับฝ่ายบุคคลที่พล่ามไม่หยุดตั้งกะเมื่อกี๊ก็พักให้น้ำ แล้วบอกว่า

"เดี๋ยวผมจะแนะนำให้รู้จัก รุ่นพี่ที่จะคอยมาสอนงานให้พวกคุณนะครับ" พวกผมเลยหันมาสนใจ ในใจก็ภาวนาขอให้ได้รุ่นพี่สาวสุดเซ็กซี่ เหอๆ แต่งาน
โปรแกรมเมอร์อย่างผมมันจะมีม๊ายย ระหว่างที่กำลังฝันหวานเพลินๆ ฝ่ายบุคคลก็ดับฝันผมด้วยการเชิญรุ่นพี่เข้ามา ฝันผมสลายเมื่อทั้งสามคนมันมีแต่ผู้ชาย ...

 

                แล้วผมก็สังเกตุได้ว่าอ้าว! ผู้ชายที่ผมเจอในลิพท์ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วยนี่หว่า หลังจากพูดคุยแนะนำตัวผมก็ได้รู้ว่าพี่เขาชื่อ นะ พี่นะกลายมาเป็นคนสอนงานให้ผมพี่เค้าพาผมไปแนะนำตามแผนกต่างๆ แนะนำให้รู้จักบริษัทคร่าวๆ ก่อนจะพามานั่งที่โต๊ะ แล้วเริ่มสอนงานให้ผม โดยบอกถึงหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องทำ ผมตั้งใจฟังไปด้วย ก็มองหน้าพี่นะไปด้วย หล่อเหมือนกันนะเนี่ยพี่ผม  

         สอนงานได้สักพักพี่นะก็ดูนาฬิกาแล้วหันไปดูรอบๆ  หลายคนเริ่มทยอยลงไปพักกลางวันกันแล้ว พี่นะเลยหยุดสอนแล้วหันมาถาม

"หิวรึยัง ไปพักกัน เดี๋ยวพี่พาลงไปกินข้าว เก็บของเร็ว" ผมได้แต่เออออ ตามพี่เขาไป ยังไม่ทันได้คิดอะไรพี่แกก็เก็บของให้ผม แล้วลากแขนผมออกมาข้างนอกตึก แดดแม่งแรงชิบ กรูแพ้แดดค้าบบ อยากจะบอกพี่เค้าก็กลัวเค้าจะเสียกำลังใจ เลยได้แต่เดินหลบๆ แดด พี่เค้าก็จูงมือผมไปแบบไม่อายสายตาใครเลยครับ ผมเริ่มรู้สึกแปลก
"พี่นะ ไม่ต้องจูงมือก็ได้มั้งพี่"
"เฮ้ย!ไม่จูงก็หลงดิ รู้ทางหรอเราอ้ะ" เออ กรุเถึยงไม่ได้ ก็กรูไม่รู้ทางจริงๆ นี่หว่า ผมเลยปล่อยครับ อยากจูงก็จูงไป พี่เขาพาผมไปนั่งร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ อยู่ในซอย ที่พี่เค้าเรียกชื่อร้านว่าร้านแป๊ะ ข้าวผัดควาย ไม่ควายได้ไง จานบักเอ๊บ สงสัยอยู่เหมือนักว่าแกปลูกข้าวเองรึเปล่า ให้ซ่ะไม่เสียดาย
ผมมองไปรอบๆเออแฮ่ะ ลูกค้าเยอะแน่นร้าน ท่าทางจะอร่อย พี่แกคงนึกว่าผมไม่ชอบเลยรีบบอก
"เฮ้ย เห็นเล็กๆ แบบนี้แต่อร่อยเหาะนะเว่ย ลองดูก่อน"
"โหยพี่ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย ผมแค่ดูเฉยๆ"
"ถ้างั้นก็สั่งเลย จะกินไรเต็มที่" ผมกับพี่เขาสั่งข้าวคนละอย่าง อาหารอร่อยสมคำบอก แต่ผมก็กินไม่หมดตามปกติของผม พี่เขาหันมามอง ก่อนจะถาม
"ไม่ชอบหรอ"
"เฮ้ย..ป่าวพี่ ผมกินแค่นี้แหละเป็นปกติ แต่ว่าแป๊ะแกก็ให้เยอะสาหัสเหมือนกันน่ะ แค่ปรกติผมก็กินไม่หมดแล้วพี่ ใส้สั้น "
"มิน่าล่ะผอมเชียว กินเข้าไปอีกดิ กินแต่หมูก็ได้ เอ้า" แกพูดพลางเลือกหมูมาให้ผม แถมเอาปลาหมึกจากจานแกมาวางให้ผมด้วย ผมเลยต้องฝืนกินไปอีกนิดหน่อย แล้วบอกว่าอิ่มจริงๆ พี่เขาถึงจะยอม กินข้าวเสร็จก็เหมือนเดิมแกก็จูงมือผมขึ้นตึกผมขี้เกียจจะคิดเยอะเลยปล่อยแก อยากจูงก็จูงไป แต่แอบแปลกใจนิด ๆ ว่าแกเห็นเราเป็นไอ้ตัวที่จะต้องจูงหรือเปล่า.........คงไม่มั่งเน๊อะเพราะตรูไม่ยักกะมีเขา

 

                กลับจากพัก ผมก็เริ่มลงมือทำงานตามที่พี่นะสอน อะไรไม่เข้าใจผมก็ถามพี่เขา พอผมเริ่มจับทางได้ก็สบาย ผมนั่งทำงานไเรื่อยๆ เพลิน ๆ จนเลิกงาน พี่นะก็เดินมา
"เฮ้ย มาร์ช บ้านอยู่ไหนวะ"
"อยู่แถว... อ้ะพี่"
"เออ ไปทางเดียวกัน เดี๋ยวพี่ไปส่ง"
"ไม่เป็นไรพี่ ผมเกรงใจ"
"เกรงใจก็รีบเก็บของดิ เร็วๆ" ผมทำตามที่พี่เขาบอกงงๆ ก่อนจะเดินลงไปกับพี่เค้า แล้วก็เหมือนเดิมครับพี่เขาจูงมือผมลงมา ผมเริ่มไม่มั่นใจว่าถ้าผมดีดดิ้นมันจะสาวไปรึเปล่า เลยปล่อยเลยตามเลย อยากจับก็จับไปละกัน พี่เค้าก็ไปส่งผมที่บ้าน ระหว่างทางเราก็คุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ผมว่าเออ! พี่เค้าก็คุยสนุกดีนะ จนกระทั่งถึงบ้าน

 

"ขอบคุณที่มาส่งครับพี่ ขอบคุณครับ" ยกมือสวัสดีตามแบบคนมารยาทดีอ้ะครับ พี่แกก็พยักหน้าให้ผม
"เออๆ ไม่เป็นไร เจอกันพรุ่งนี้นะ"
"ครับพี่" ผมกำลังจะเดินเข้าบ้านพี่เขาก็เรียกไว้
"เดี๋ยวมาร์ช" ผมหันไปแบบงงๆ
"ครับพี่?"
"ฝันดีนะ" พูดจบก็ออกรถไปเลย ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่กับตัวเองที่หน้าบ้าน ก่อนที่ผมจะนึกได้ว่า

 

 

 

 

 

"ตายห่า! เมื่อเช้ากรูขับรถไปทำงานนี่หว่า สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"

 

 

 

TBC....

 

 


                 เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นงัวเงียตื่นตอนเช้าแบบเซ็ง ๆ กับเสียงนาฬิกาปลุกอุลตร้าแมนที่ผมยังไม่แน่ใจว่าตัดสินใจซื้อมันเข้าไปได้ยังไง เพราะเสียงปลุกมันดังแสบแก้วหูฟังทีขี้หูออกมาเต้นระบำฮาวายสามสิบแปดตลบ ช่างแตกต่างกะตอนลองเสียงก่อนซื้อเสียนี่กระไร ตอนนั้นกรูว่าเสียงมันน่ารักนะ แล้วดูตอนนี้ อร๊ากก เอาไปปาหัวหมาข้างบ้านอาจจะได้ประโยชน์และความสุขกว่า!

              กว่าจะลุกออกจากเตียงได้ผมก็งอแงกับกับตัวเองพอสมควร ก็เป็นคนไม่ชอบตื่นเช้านี่นา สมัยเรียนไม่เห็นต้องตื่นเช้าขนาดนี้เลย คิดแล้วเหนื่อยใจ หลังจากบิดตัวอีกแปดสิบตลบผมก็เดินงงๆ มึนๆ ไปอาบน้ำ กว่าจะอาบน้ำอาบท่าเสร็จก็ใช้เวลาพอสมควรเพราะเป็นคนที่ค่อนข้างอาบน้ำนาน เคยนอนหลับในอ่างอาบน้ำมาแล้วด้วย ตื่นอีกทีก็สว่างเลย ดีไม่เปื่อยตายคาอ่าง!

              ผมไม่ได้รีบร้อนอะไรมากมายเพราะคิดว่าเสร็จแล้วจะโทรบอกเพื่อนให้แวะมารับไปทำงานด้วยอย่างน้อยลงที่อนุสาวรีย์ก็ยังดี ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันได้งานแถวสีลมครับ เป็นบริษัทผลิตเกมส์ออนไลน์ ผมสงสัยมากว่ามันไปโกหกอะไรเค้าไว้ เค้าถึงได้รับมันเข้าทำงานเร็วจัง ตอนเรียนจบเกรดมันน้อยกว่าผมด้วยซ้ำ แต่จุดเด่นมันเนี๊ย มันเป็นคนที่ปลิ้นปล้อนกะล่อนตอแหลเป็นอย่างมาก หลักฐานก็มีให้เห็น โดยการที่มันมีแฟนทีเดียวถึงสามคน สามารถไม๊ล่ะ  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจตอนเช้า ก็ได้กาแฟ พร้อมทั้งขนมปังแผ่นนึงคาบคาปาก ไปนั่งเต๊ะจุ้ยหน้าบ้านพร้อมกับกดโทรศัพท์หาเพื่อนทันที

“เฮ้ย ตู่ ตื่นยังเมิง แวะเข้ามารับกรูด้วยดิ”
“รับห่าไรเมิงกรูถึงดอนเมืองแล้วเนี๊ย ไม่โทรมาเร็วกว่านี้ว่ะ แล้วรถเมิงไปลืมทิ้งไว้ที่ไหนอีกล่ะถึงได้ให้กรูไปรับ” เง้อ มาเป็นชุด
“แฮ่ะ ๆ ๆ เมื่อวาน กรูลืมไว้ที่ทำงานอ่ะ ไม่ต้องถามมาก สรุปวนกลับมารับกรูไม่ได้ใช่ป่ะ กรูเพื่อนเมิงน่ะเฟร๊ย”
“ ช่าย ๆ ๆ เมิงน่ะเพื่อนกรู แต่ไม่ได้ให้เงินเดือนกรู แล้วก็ไม่มีสิทธิ์อนุมัติให้กรูผ่านโปรได้ ฉะนั้น ตัวใครตัวมันว่ะ 555+”
“ เออ รักกรูมากเลยน่ะเมิง แค่นี้แหล่ะไอ้ใจดำ ไอ้อำมหิต ไอ้ .. ไอ้..วุ๊ย บาย” (ด่าได้สาวมากก) มาอีกละอิเสียงเวร เรื่องของกรู

 

            หลังจากได้ฟังคำตอบอันแสนจะน่าประทับใจของเพื่อนรัก เท่านั้นแหล่ะครับ รีบวิ่งเข้าบ้านทันที พร้อมที่จะกระเด็นออกจากบ้านได้ทุกเมื่อครับ แต่ก่อนที่ตัวจะหลุดออกจากรั้วบ้านได้ ลุงบ้านตรงข้ามที่รดน้ำต้นไม้ตะโกนบอก ให้ปิดบ้านและล๊อคบ้านด้วย แฮ่ะ ๆ เกือบลืม เคยครับใช่ว่าไม่เคย ลืมปิดบ้านตัวเองออกบ่อย ดีหน่อยที่ข้าง ๆ บ้านและลุงบ้านตรงข้ามแกช่วยดูให้ แถวนี้เค้าใจดีครับอยู่กันมานานตั้งแต่เด็ก ๆ ก่อนที่ป๊ากะแหม๊ะจะย้ายบ้าน ก่อนไปเค้าก็ฝากฝังกันเป็นอย่างดี บางทีก็มีการทำอาหารมาให้กินด้วย ผมเองด้วยความเกรงใจอ่ะน่ะก็ได้แค่ให้เค้าราดข้าวใส่จานมาให้ กินเสร็จก็เอาไปคืนเท่านั้น เนี๊ยเกรงใจแล้วน่ะ ไม่งั้นจานคงไม่ล้างอ่ะ คืนไปทั้งอย่างนั้นแหล่ะ กร๊ากกก หน้ำซ้ำ บางทีอาบน้ำเสร็จลืมปิดก๊อกน้ำ ออกไปเรียนกลับมาน้ำท่วมบ้านก็ออกบ่อย ก็อย่างว่าอ่ะน่ะคนหน้าตาดี ทำอะไรก็ดูดีไปหมด เกี่ยวกันไหม๊เนี๊ย (กูว่าไม่เกี่ยวว่ะ ก่อนพิมพ์ไรสงสารคนอ่านด้วยมึง) เมื่อไหร่ชีวิตผมจะปราศจากอิเสียงเวรนี่ครับ -*- 

 

             หลังจากสำรวจครั้งสุดท้ายว่าไม่ลืมอะไรจริงๆ ผมก็ออกจากบ้านครับ ในขณะที่สมองกำลังประมวลผลว่าควรจะขึ้นรถเมล์สายไหนไปทำงาน รถสีดำคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นเมื่อวานก็มาจอดที่หน้าบ้านผม ผมยืนมองสักพักเนื่องจากเซลล์สมองมีน้อยไปนิดนึงการประมวลผลพร้อมกันสองอย่างจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างช้า (แรมมึงต่ำว่างั้น?) ถูก! อย่าสงสัยว่าคุยกับใคร ผมคุยกับตัวเองครับ ผมไม่ได้บ้าครับ ผมไม่ได้บ้า (เขาคงเชื่อมึงหรอก) เสือก ตอนนี้กูไม่อยากพูดด้วย ระหว่างที่ผมกำลังทะเลาะกับตัวเอง กระจกรถทางฝั่งคนนั่งก็เลื่อนลง เผยให้เห็นหน้าตาที่คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นเมื่อวาน
"มาร์ชเป็นอะไรอ้ะ บ่นอะไรอยู่คนเดียว" อ้าว! นี่ความคิดกรูออกมาเป็นคำพูดเลยเรอะ ผมเลยมองหน้าคนถามชัดๆ อ้าว! (อ้าวอีกละ หลายอ้าวแล้วนะมึง ไปอาบน้ำไหม?) -*- เสือกอีกละ ผมด่าตัวเองในใจ ก่อนจะหันมาหาคนถาม
"พี่นะ มาไงอ้ะพี่"
"ก็ขับรถมาดีๆ นี่แหละ ไม่ได้เดินมา" โอเค กรูซึ้ง กรูถามโง่เอง อย่ามายักคิ้วกวนๆ ค้าบบขอร้อง ผมอดใจไม่ไหวกระโดดจูบปากอย่าว่าผมทีหลังนะค้าบ 555+ เฮ้ย! ไม่ใช่ละ
"โอเคพี่ ผมผิดเอง ผมต้องถามพี่ว่ามาทำไมใช่ไหมพี่" พี่นะระเบิดหัวเราะใส่หน้าผม อะไรอ้ะ ผมถามไรผิดครับพี่ หัวเราะมากๆ จับทำเมียอย่ามาร้องไห้อยู่กะอกผมนะค้าบบ
"หน้ามาร์ชตลกอ้ะ 5555+" -*- ตลกตรงไหนค้าบพี่ ผมออกจะหล่อ ไม่เชื่อถามไอ้มาร์ชมันก็ได้ มันรู้ดีว่าผมหล่อ
"ตลกตรงไหน"
"555+ โอเคๆ อย่าหน้างอ ไม่ตลกแล้วค้าบ ขึ้นรถเร็ว เดี๋ยวสาย" อ่อ สรุปมารับกรูใช่ไม๊เนี่ย ไม่บอกตั้งกะทีแรก ไม่งั้นกูขึ้นรถไปแล้ว ไม่น่าเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงเล๊ยย ผมรีบล็อคประตูบ้านก่อนจะเปิดประตูรถไปนั่งบนรถ พี่นะเลยออกรถไป

 

 

           ระหว่างที่นั่งมาบนรถก็เหมือนเคย เราสองคนนั่งคุยกันเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงที่ทำงาน ผมดูนาฬิกาเห็นว่ายังพอมีเวลาเหลือเลยเดินไปดูรถตัวเอง พี่นะเดินตามผมมามาหยุดข้างๆ
"ดูไรอ้ะมาร์ช"
"ดูรถดิพี่ พี่จะให้ผมดูอะไรอ้ะ แถวนี้มีแต่รถ เอ๊ออ คนเรา ถามแปลก" พี่นะหัวเราะครับ พี่ครับผมว่าพี่ควรจะโกรธที่ผมกวนตีนนะครับพี่ ไม่ใช่มาหัวเราะผมค้าบ ผมไม่ใช่ไอ้อ่างเถิดเทิงนะค้าบเพ่ แกหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหนเลยนะครับ แล้วค่อยหันมาบอกผม
"กวนตีนนะเราเนี่ย" อ้าว พี่เพิ่งรู้หรอค้าบ คุยกะผมมาตั้งนานเพิ่งรู้หรอค้าบ พี่นี่ช้าเนอะ ไม่เหมือนชะนีตัวนึง คุยเอ็มกะผมสามวันมันเดาะเรียกผมอิเลวมาร์ชเรียบร้อย เหมือนสนิทกันมาสามปี -*- เถื่อนจริงๆ
"เพิ่งรู้หรอค้าบพี่" ผมตอบพี่นะกวนๆ พี่นะขำอีกรอบ แล้วหันมาถามผม
"รถใครอ้ะ"
"รถผมดิพี่ เมื่อวานพี่ลากผมกลับผมเลยลืมเลยว่าเอารถมาทำงานด้วย" คราวนี้พี่ผมลงไปนั่งเลยครับ หัวเราะไม่หยุด ไรอ้ะ ผมทำไรผิดอีกคร้าบบบ หลังจากแกตั้งสติได้สักพัก เลยหันมาคุยกะผม
"ลืมรถเนี่ยนะมาร์ช คิดได้ไง" -*-
"พี่ค้าบ ถ้าผมคิดผมจะลืมม๊ายยย นี่ไม่ได้คิดไงเลยลืม เข้าใจไม๊เนี่ยย" พี่นะลงไปขำอีกรอบ ผมเริ่มงงละ ตกลงแกเส้นตื้นใช่ไม๊เนี่ย ผมขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง เลยเดินไปดูรถ เมื่อเห็นว่ารถสุดที่รักผมยังอยู่ดีไม่มีส่วนใดบุบสลายผมเลยเดินออกมา พี่นะที่คงเริ่มสงบสติได้หันมาถามผม
"กินไรมารึยังอ้ะมาร์ช"
"ไม่อ้ะพี่ เช้าๆ ผมกินแต่กาแฟ"
"หรอ เออๆ งั้นไปหาปาท่องโก๋กินกัน" -*- พี่ค้าบได้ข่าวว่าผมบอกว่ากินกาแฟอย่างเดียวค้าบบ
"ไม่เอาอ่ะพี่ ผมกินแต่กาแฟ"
"เฮ้ยไม่ได้นะ อาหารเช้าเนี่ยสำคัญกับร่างกาย ไม่กินข้าวกินปาท่องโก๋ก็ยังดี มาๆ เดี๋ยวพี่พาไปเจ้าอร่อย" ครับบอกเสร็จก็ไม่ฟังความคิดเห็นของผม ลากข้อมือผมลิ่วๆ ตามพี่เขาไป แล้วอย่างผมจะทำอะไรได้ครับ ได้แต่เดินตามไปอย่างงั้นแหละ


   
             มาถึงร้านพี่เขาก็สั่งๆ ทั้งปาท่องโก๋และซาลาเปา แล้วก็ลากผมไปซื้อกาแฟร้อนที่ร้านกาแฟ ผมจะบอกว่าขึ้นไปชงเอาก็ได้ก้ไม่ทันแล้วแกเล่นสั่งใส่แก้วให้เรียบร้อยแถมจ่ายตังค์ให้ด้วย แม่ง ถ้าไม่อร่อยนะ กรูจะเคืองให้ (ทำอย่างกะมึงทำอะไรได้มากก่านี้งั้นแหละ) มาอีกละเสียงปิศาจเนี่ย ผมขี้เกียจจะเถียงกะมันอีกอย่างกลัวพี่เขาจะคิดว่าผมบ้า เลยรอจนได้กาแฟก็ขึ้นไปบนออฟฟิศพร้อมกัน พอเข้ามาออฟฟิศพี่เขาก็ยังไม่ปล่อยมือผมนะครับ หลายคนที่เข้ามาแล้วก็มองแล้วทำหน้ายิ้มๆใส่ผม ผมก็ทำตัวไม่ถูกสิครับ ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีพี่แกเล่นมองกันทั้งแผนก จะอายหน้าก้ไม่มียางซะด้วย เลยเดินนิ่งๆ ไปครับ เนียนๆ ไป ก็คนจูงมันยังไม่อาย ผมเป็นแค่วัวตัวน้อยเดิมตามต้อยๆ จะอายทำไมถูกไม๊ครับ 555+ (ตกลงเมิงยอมรับว่าเป็นวัวแล้วใช่ม่ะ) เสือก! ด่าตัวเองรอบหนึ่งแล้วก็ตามพี่เขาเข้าไแคนทีนครับ พี่นะลากผมไปนั่งที่โต๊ะ โดยที่แกมานั่งฝั่งตรงข้าม ผมกับพี่เขานั่งจิบกาแฟพร้อมกับกินปาท่องโก๋ไปด้วย กินได้ไม่กี่ตัวก็อิ่มครับ อย่างที่บอกเช้าๆ ผมไม่ค่อยชอบกินอะไรอย่างงี้อยู่แล้ว ระหว่างที่นั่งกินกัน ก็มีพี่หลายคนเดินเข้ามามองยิ้มๆ ผมนี่เขินนะครับ แต่พี่นะแกก้เฉยๆ แถมบางทีมีป้อนปาท่องโก๋ให้ผมด้วย ตามใจพี่แกแล้วกันครับ อยากทำอะไรก้ทำตามสะดวกพี่เลยค้าบบ

 


   
            กว่าจะกินข้าวเช้าเสร็จ ก็ปาเข้าไปสามโมงกว่า  วันนี้พี่นะพาผมไปแนะนำให้พี่ๆ แผนกที่ต้องประสานงานกันรู้จัก ซึ่งแผนกที่ว่าคือ บัญชีครับ ซึ่งเป็นแผนกที่หาความเจริญทางสายตาแทบไม่ได้ ตั้งแต่หัว ยันหาง สาวแก่ ทั้งนั้น อ้อ ยังมีนัองอีฟที่เป็นสาวสวยหลุดมาคนหนึ่ง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากมั่ง เห็นเวลาคุยกับผมทีต้องเอียงคอพูด ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้อเอียงคอ แบ๊วววเหรอ หรือว่าไม่  อีกคน พี่หนึ่ง สาวตัวกลมป๊อก สูงแค่ประมาณ 160 ดู ๆคล้ายลูกฟุตบอลใส่แว่น แต่อารมณ์ของพี่แกฮาได้ใจ ขยันหาเรื่องมาเล่าให้เพื่อน ๆ ขำได้ตลอด มีลูก 1 แต่ก็ขยันสีหนุ่มเหลือเกิน  พี่สาว สาวใต้ ผิวเข้ม ตามคม นมตู๊มมม เจอกันครั้งแรกพี่แกก็โฆษณาของดีประจำตัวโดยการมาเกาะแขนแล้วเอาของดีมาสีแขน ถูไปถูมาอยู่นั้นแหล่ะ เอ่อพี่ครับข้างบนน่ะไอ้มาร์ชนิ่งเฉยครับ แต่ข้างล่างไอ้มาร์ชพร้อมรบแล้วครับ ห้องน้ำอยู่ไกลไปไหม๊เนี๊ย 555+ (นี่มึงลืมฉายาตัวพ่อไปรึเปล่า แค่นี้เค้าก็ว่าเมิงหื่นทั้งเล้าละ ยังกล้าพิมพือีก กรูล่ะเชื่อ)-*- ผมควรทำยังไงกะอิเสียงนรกนี่ครับ! หลังจากเจรจาต๊ะอวยกันได้สักพัก ก็เจอข่าวดีครับคือ ปรกติช่วงเที่ยงพี่ๆ เค้าจะเอาอาหารมาแชร์กันกินในห้องครัวของบริษัทครับ เห็นบอกว่าไม่อยากออกไปข้างนอก มันร้อน ว่างั้น พี่ ๆ เค้าก็ชวนผมทานด้วยกัน ผมรึก็ดี๊ด๊า ใหญ่ของฟรีนิ ชอบ กะลังจะตอบตกลงอยู่แล้วเชียว แต่คนข้าง ๆ เนี๊ยอ่ะดิ
“ ไม่เป็นไรครับพี่หนึ่ง เดี๊ยวน้องเค้าจะไปทานกะนะข้างนอกน่ะครับ”
“แหม ๆ ห่างกันบ้างก็ได้น่ะค่ะพี่นะ เห็นเดินตามกันต้อยๆ เดี๊ยวก็เป็นข่าวกันเหรอค่ะ” เอ่อน้องน้องอีฟครับ สนใจเป็นข่าวกับพี่ไหม๊ครับ  คนข้าง ๆ นี้ก็แก้ข่าวบ้างก็ดีน่ะครับ เห็นยิ้มรับเค้าเฉยเลย เฮ้อ ...วันนี้ผมถอนหายใจไปกี่ครั้งแล้วเนี๊ย

            พอเที่ยงก็เหมือนเคยครับ พี่นะลากผมไปกินข้าวด้วยเหมือนเดิม ก็ร้านแป๊ะ เหมือนเดิมนั่นแหละครับ มันอร่อยนะครับแต่มันเยอะจัด กินได้ทั้งหมู่บ้าน จนผมแอบคิดว่าบ้านแกมีโรงสีเป็นของตัวเองรึเปล่า ให้ข้าวไม่เสียดายกันเลยทีเดียว ก็เหมือนเดิมครับพอผมอิ่มพี่นะก็จะคะยั้นคะยอให้ผมกินอีก ผมเกรงใจก็กินตามแกไปได้อีกนิดหน่อยก็ไม่ไหวแล้วครับอิ่มจริงๆ พี่นะจ่ายเงินแทนผมเสร็จสรรพ แล้วก็ลากผมไปเดินดูขนม
"โหยพี่ ผมไม่กินอ่ะ ขนมอ่ะ ถ้าเป็นเหล้าก็ว่าไปอย่าง" 555+ ก้ไอ้มาร์ชชอบแบบนั้นนี่ค้าบบ
"เอาน่าเอาไปตุนๆ ไว้ก่อนเดี๋ยวบ่ายๆ หิว เหล้าอ้ะค่อยเจอกันวันหลัง เวลาพี่ชวนอย่าเบี้ยวแล้วกัน" โอ้โห ปูทางมาขนาดนี้ไอ้มาร์ชมีรึจะเบี้ยว
"โห่พี่ ที่ไหน เมื่อไหร่ บอกเลยดีก่า จัดกันไปเลย"
"ให้แน่นะ เรา"
"จัดปายเพ่ จัดปายยยย"  ผมกับพี่นะพูดคุยกันไปเลือกขนมกันไป ส่วนมากพี่เขาก็เลือกนั่นแหละครับ ไอ้มาร์ชมีหน้าที่บอกว่ากินเป็นกับกินไม่เป็น สองอย่างครับ หลังจากได้ขนมก็กลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง พี่นะก็มาวนเวียนสอนงานผมตลอดเหมือนกัน พี่นะเองเป็นพี่เลี้ยงที่ดีน่ะครับ สอนผมแต่ละอย่างเล่นเอาซ่ะกระจ่าง ไอ้ที่สงสัย หรืองง พี่นะอธิบายซ่ะทะลุปรุโปร่ง สอนรู้เรื่องกว่าอาจารย์บางท่านที่มหาลัยด้วยซ้ำ พี่เค้าน่าจะไปเป็นอาจารย์น่ะ ผิวขาว ๆ หน้าตาตี๋ ๆ อย่างนี้สงสัยนักศึกษาสาวติดกันตรึมแน่ ๆ แต่ลักษณะการสอนของพี่เค้าจะแปลก ๆ อยู่อย่างคือ พี่เค้าจะอธิบายงานไปก่อน 1 รอบ แล้วให้ทำงานไปเองก่อน ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม แต่ถ้าถามเรื่องเดิม ๆ ไปแล้ว 1 รอบ แล้วกลับมาถามเรื่องเดิม ๆ อีก พี่แกจะเก็บตังค์ ครั้งละ 20 บาทครับ เหมือนจะงก แต่ไม่ยักกะเก็บตังค์ผมจริงๆ ผมซักกะที ถ้าเก็บจริงป่านนี้พี่เค้าคงรวยไปแล้วมั่ง 5555+ พี่นะเนี่ยเขาจะมีเพื่อนพเพื่อนซี้ไม่มีซั้วอยู่คนนึงชื่อพี่วุธครับ เนื่องจากพี่นะสนิทกับพี่วุธ บางทีพี่วุธเองก็เข้ามาสอนผมเหมือนกันมะรุมมะตุ้มรุมรักเมรี่ซ่ะงั้น  (เก่าสาดด)-*- อยากหาตัวอีเสียงนรกนี่มากระทืบแระครับ 

 

 

        วันนี้พี่วุธบอกจะพาไปรับน้องครับ ฉลองกันซ่ะหน่อยว่างั้น
“เฮ้ย มาร์ช วันนี้ไปฉลองกันน่ะ พี่กับพี่นะจะเลี้ยงรับน้องซ่ะหน่อย”
“ ที่ไหนอ่ะพี่”
“ไม่รู้ดิ ไอ้นะว่าไง ที่ไหนดีว่ะ ที่เดิมป่ะ” ท่าทางจะไปกันบ่อยแฮ่ะ มีที่เดิมกันด้วย เรื่องกินเนี๊ยผมไม่หวั่นอยู่แล้วครับ
“เราว่าค่อยไปวันพรุ้งนี้ดีกว่ามั้ย เดี๊ยวพรุ่งนี้ทำงานน้องมันจะไม่ไหวเอา” เห่อ ๆ ดูถูกกันมากไปรึเปล่าเนี๊ยพี่
“เอางั้นเหรอ เออ ๆ พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้ เตรียมตัวมาด้วยน่ะเมิง เมาหนักแน่ ไม่เมากรูไม่ให้กลับ” แล้วถ้ากรูเมาแล้วกรูจะกลับไงว่ะพี่ พูดมาได้ไม่คิด (ถูก!) เออ กรุเริ่มรักมึงละอีเสียงนรก
“แล้วนี้กลับกันรึยังอ่ะ มาร์ชเดี๊ยวพี่ไปส่งน่ะ จะได้ไม่ต้องโหนรถเหมือนเมื่อเช้า” ที่กรูโหนเมื่อเช้าเพราะพี่ไม่ใช่เหรอค๊าฟฟ
“อ้าว แล้วบ้านแกอยู่ไหนอ่ะมาร์ช”
“ อยู่ ................อ่ะพี่”
“ เฮ้ย ไอ้นะบ้านแกอยู่บางรัก แล้วบ้านน้องเค้าอยู่คนละซีกโลกกะแกเลยน่ะเว๊ย”
“ห่ะ” ได้แค่นั้นครับ ไหนบอกว่าทางผ่านว่ะ ไรเนี๊ย โกหกเหรอ
“เอ่อ ไม่เป็นไรครับพี่คือผมขับรถมาเองอ่ะ”
“อ้าวเมื่อเช้ามาร์ชมารถไอ้นะไม่ใช่เหรอ แล้วเอามาเมื่อไหร่ พี่งงน่ะเนี๊ย”  ไอ้ที่เพื่อนพี่ทำเนี๊ยผมงงกว่ามั้ยค้าบบ
“แฮ่ะ ๆ เอามาตั้งแต่เมื่อวานแล้วอ่ะพี่ แต่เมื่อวานลืมอ่ะ”
“กร๊ากกกกก ไหงขี้ลืมงี้ว่ะ ซวยแล้วเมิงไอ้นะ ได้ไอ้นี่เป็นน้อง งานเมิงจะรอดไหมเนี๊ย” -*- ไม่อยากจะบอกว่าถ้าเพื่อนพี่ไม่ลากผมผมจะลืมรถไม๊คร้าบบบ
“ 5555+ ก็ว่าอยู่” อ้าวพี่นะ ทำไมพูดงี้ว่ะ แมร่ง ขัดใจว่ะ
“ เออ กลับดี ๆ น่ะแก แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องขับรถมาล่ะ ไปกินเหล้ากัน เดี๊ยวขับกลับลำบาก”
“อ้าวพี่แล้วผมกลับไงอ่ะ บ้านผมยิ่งอยู่ถิ่นทุรกันดาร”
“แกอย่าบอกน่ะว่าแท็กซี่ไม่ผ่านบ้านแก” เออจริงแฮ่ะ  เห่อ ๆ ๆ  นี่กรูโง่หรือพี่เขาฉลาดเนี่ย
“งั้นบายน่ะพี่ พรุ่งนี้เจอกัน”
“ เออ ๆ”
“มาร์ชครับ ขับรถดี ๆ น่ะครับ เอ่อ ....................พี่เป็นห่วง ถึงแล้วโทรบอกด้วยน่ะ” O.o พี่จะห่วงผมทำไมค้าบบบ ชักเริ่มสงสัยแล้วครับว่าผมกลับมาเป็นเด็กอีกแล้วแน่ะ ๆ เอ๊ะ หรือว่าพี่เค้าเป็นแหม๊ะผมปลอมตัวมาว่ะ ห่วงกรูจัง แต่ช่างมันไปก่อน ตอนนี้ผมต้องกลับบ้านแล้วครับ 555+ ในที่สุดกรุก็ไม่ลืมรถ จนกระทั่งขับมาถึงบ้าน อ้ะนะ พี่เขาให้โทรบอก ผมก็ควานหาโทรศัพท์จะโทรบอกแก ค้นไป ค้นมา กระเป๋าหน้า กระเป๋าหลัง ในเป้ ในรถ อ้าว สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด กรูลืมโทรศัพท์มือถือกะกระเป๋าตังค์ไว้ที่ทำงาน อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

ตอนที่ 5 แล้วนี่มัีนที่ไหนเนี๊ย!~

 


                 และแล้วสามหนุ่มสามมุม ผม พี่นะ พี่วุธก็มาถึงร้านที่พี่เขาบอกจนได้ มาแท็กซี่ครับไม่ได้มารถพี่นะหรอก พี่นะบอกว่าแกก็กะจะมาเมาเหมือนกัน เลยเอารถทิ้งไว้ที่ทำงาน อยากจะถามแล้วเมื่อเช้าเอารถไปรับผมทำไม -*- (เอาเหอะมึงได้นั่งรถสบายๆ ก็พอแระ อย่าคิดไรเยอะแยะเลย) เออ !กูเห็นด้วย แหมความเห็นตรงกันเป็นครังแรกในรอบ 3เดือน ระหว่างผมกะอิเสียงนรกนี่

         ร้านพี่เขาพามาก็แบบว่า แหล่มเลยครับ เป็นร้านเหล้ากึ่งผับ บรรยากาศสบายๆ สบายมากกก มากจนสาวๆ เค้าคงผ่อนคลายน่ะครับ เสื้อผ้าเลยปิดนี่นิด ปิดนู่นหน่อย ที่เหลือก็ปล่อยให้ลมโกรก สงสัยน้องเค้าไม่ค่อยมีตังค์ เลยหาซื้อเสื้อไซส์เดียวกะตัวเองไม่ได้ ต้องซื้อไซส์เล็กก่าตัวเองรัดซะนมปลิ้น! ไอ้ผมก็คนดีครับ อยากจะรับไปส่งเสียซักคนสองคน ให้ทุนการศึกษา ยากจนแต่นมโดน ซักสี่ ห้าทุน แต่ก่อนอื่นเงินเดือนเดือนแรกเนี๊ยให้ได้ก่อนดีกว่า นี่ขนาดยังไม่ดึกนะเนี่ยยย อาหารตายังเพียบ

            ไม่รอช้าครับ ลากเจ้ามือทั้งคู่ไปนั่ง แล้วสั่งเหล้าทันทีครับ กับกงกับแกล้มยังไม่ต้องนึกถึงมัน เริ่มจากร้อยชายชั่วแระกัน ซอฟๆ พอให้เรียกพยาธิพี่นะสั่งอาหารมานิดหน่อย พอเหล้ามาเสริฟ ก็อย่าได้รอช้าครับ ไอ้มาร์ชจัดการเสริฟ ทันที
"พี่นะ พี่วุธ เอาไรครับพี่" ถามเจ้ามือก่อนตามมารยาท
"โซดาน้ำ 2 เลยครับ" ผมก็จัดการชงให้พี่เขา แล้วก็จัดการให้ตัวเอง โช้คซะหนึ่งแก้ว ก่อนจะนึกอะไรออก
"เออ พี่ พูดถึงโซดาน้ำ ขอเล่าเรื่องโง่ๆ ของเพื่อนคนนึงให้ฟังพี่ " พี่นะกะพี่วุธทำท่าตั้งใจฟังครับ
"คืองี้พี่  เพื่อนผมมันเป็นชะนีครับ ชะนีเถื่อนด้วยนะพี่ ฉลาดทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ชาวบ้านเค้าฉลาดกัน มันไปกินเหล้ากะเพื่อน
ครับ ตัวมันเองกินไม่เป็นเลยนั่งดูเค้าครับ พอเหล้ามา เพื่อนก็บอก
'เฮ้ย โซดาน้ำ แก้วนึง' เพื่อนผมมันงงครับ มันเลยถาม
'ทำไมมึงต้องแดกโซดากับน้ำ แดกแล้วได้อะไร เหล้าก็ไม่ใส่ มึงบ้ารึเปล่า'"
"55555+" ขำกันทั้งโต๊ะครับ เป็นหนึ่งในความโง่ของเพื่อนผมครับ ผมกับพวกพี่เขาก็นั่งกินเหล้าไป คุยกันไปเรื่อยๆ ครับ

               จนกระทั่ง แอลลกอฮอล์เริ่มเข้าเส้นเลือด หญิงเริ่มเยอะ เพลงเริ่มมัน หันไปเห็นโต๊ะข้างๆ เปิดฟลอร์แล้ว ไอ้มาร์ชจะรอช้าอยู่ไยเพลงโปรดขึ้นก็เอาเลยครับ
"คนบ้านเดียวกัน แค่มองตากัน ก็เข้าใจอยู่  รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ว่าหนักแค่ไหน บนหนทางสู้..."  เดี๋ยวๆๆๆเซาๆๆ คนแต่งครับมึงใจเย็นครับ ใจเย็น ร้านเหล้าครับ ไม่ใช่ร้านลาบ สาดดดด ดูเพลง กูนึกว่าอยู่จุ่มแซบยโส! เปลี่ยนเพลงด่วน! ฮ่วย!~ ห่าขั่วสู

 

   พอเพลงที่ได้จังหวะขึ้นเท่านั้นแหล่ะไอ้มาร์ชก็โชว์ลวดลาย ตามสเต็ป ตาก็เหล่สาวโต๊ะข้างๆไปพลางๆ โชว์เสต็ปเทพอยู่สองสามเพลง เมื่อสุรามา นารีก็ตาม กึ่ม ๆ ได้ที่ ก็ได้เวลาเลื้อยครับ  จากที่เต้นอยู่แถวๆ โต๊ะตัวเองก็เลื้อยไปเรื่อยๆ ครับ เนียนๆ ไปชนแก้วกะโต๊ะข้างๆ จนได้ หูยสวรรค์รำไร สาวๆที่โต๊ะสิครับ น้องเอ๊ยยย เต้นให้ห่างพี่หน่อยก็ได้น้อง นมจะตีหน้าพี่อยู่ละ เมื่อน้องเค้ามาขนาดนี้เราก็อย่าช้าครับ มือซ้ายถูนม มือขวาลูบตูด ฮู๊ยยยย  กะลังได้ที่เลยครับ  ไอ้มาร์ชก็โดนมือมืดลากกลับมาที่โต๊ะครับ
"โหยยย พี่ ลากมาไมอ้ะ" พี่นะทำหน้าดุ เมื่อเจอคำถามของผม
"กินอยู่นี่แหละ เมาแล้วเราอ้ะ"
"โหยยังไม่เมาพี่ ผมกะลังได้ที่เลยเนี๊ย"
"ได้ที่นั่นแหละ ก็ต้องอยู่กะที่ ไม่ต้องไปแล้ว" -*-
ไอ้มาร์ชจิ๊จ๊ะกะตัวเองด้วยความเสียดาย เมื่อกี๊ได้เบียดนมแระ ชนอีกสักสองแก้ว ได้ขี่แน่ๆ พี่นะนะพี่นะไม่น่าลากมาเล๊ยยย มีทำหน้าหงิกใส่อีก ผมเลยต้องมานั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวโช้คเหล้าอยู่ที่โต๊ะ

               โช้คไป แหกปากตามเพลงไป สักพักเริ่มแระครับ เริ่มมึนๆ แต่อย่างไอ้มาร์ช ไม่เมาครับ มึนเฉยๆ เหลือบมองคนพามา เห็นตาเยิ้มแระครับ สงสัยว่าคงเมา ส่วนพี่วุธ โน่นครับ เสียบแทนผมอยู่โต๊ะข้างๆ โห่พี่นะ ที่เงี๊ยะไม่ไปลากเพื่อนตัวเองกลับ เมาแล้วนะน่ะ พี่วุธอ้ะ เริ่มนัวเนีย สาวคนที่ผมเล็งแล้ว เจ้าหล่อนก็ใช่ย่อยครับ ยืนสีพี่ผม แต่หันมาส่งสายตาให้ผม น้องค้าบบบ ทีละคนไม๊ค้าบ พี่ขี้เกียจรอคิว ยกเว้นว่าน้องจะรับพี่สองคนพร้อมกันไหว อันนั้นพี่อาจจะคิดก่อน 555+ ผมก็นั่งกินจนร้านปิดแหละครับ พี่วุธหายไปกะสาวเรียบร้อย ผมเลยพยุงพี่นะที่เริ่มเดินเป๋ๆ (อ่อนว่ะ) แล้วออกมา


 
            ผมยัดพี่นะ กับตัวเองเข้ารถแท็กซี่ ดีที่พี่นะยังมีสติพอจะบอกทางไปบ้านตัวเองได้ ผมเลยขออาศัยพี่แกมาลงอนุสาวรีย์ชัย จะได้กลับบ้านง่ายๆ ระหว่างที่นั่งไปบนรถ พี่นะแกคงง่วง แกก็เอาหัวมาซุกที่ไหล่ผม ลมหายใจร้อนๆ เป่าที่ซอกคอ


...เอ่อ...พี่ค้าบ อย่าทำแบบนี้ ไอ้มาร์ชจะตายเอา แล้วพี่น้องคิดว่าผมจะทำอะไรได้ครับ! นอกจากนั่งตัวแข็ง ปล่อยพี่เค้าซบไป จะผลักออก ก็ไม่กล้าพอ แตะมาก ๆ กลัวแกมีของแถม ไหนๆ พี่เค้าก็เลี้ยงเหล้าละ ถือซะว่าคืนกำไรให้ลูกค้าละกัน


          โหยยย กว่าจะถึงอนุสาวรีย์ชัยได้ ไอ้มาร์ชก็ทั้งลุก ทั้งแข็ง.....ขนลุก ตัวแข็งครับ อย่าคิดเยอะเสียสุขภาพจิต (กรูว่า น้องโซดากะพี่พาก คิดไปไกลแล้วว่ะ ว่าม่ะ) กรูเห็นด้วยว่ะ  กร๊ากกกก
พอถึงอนุสาวรีย์ไอ้มาร์ชก็ปลุกพี่นะ
"พี่นะ...พี่นะ ตื่นก่อน มาร์ชจะลงแล้วอ้ะพี่" พี่นะลืมตาขึ้นมาทำหน้างัวเงีย หันมองซ้ายมองขวา อร๊ากกก น่ารักชิหาย เปลี่ยนจากลงอนุเสาวรีย์ เป็นสะพานควายจะทันมั๋ยเนี๊ย
"ถึงบ้านแล้วหรอ" แกหันมาถามผมงงๆ  ผมเลยหัวเราะ
"อนุสาวรีย์ครับพี่ ผมจะลงแล้ว" พี่นะคงตื่นเต็มตา สะบัดหัวสองสามที
"อืมๆ ..แล้วมาร์ชจะกลับยังไง กลับได้แน่น่ะ " โอ๊ววพี่ ติดชื่อพร้อมเบอร์ ห้อยคอเลยดีมั๊ย ให้ยืนยันอีกมั๊ยครับว่าไม่ใช่เด็ก ไม่เชื่อจับดู เห่อ ๆ ๆ
"ก็คงแท็กซี่แหละพี่ ไม่งั้นก็รอรถเมล์"
"กลับได้แน่นะ มาร์ช ให้พี่วนไปส่งก่อนไม๊"
"โหยย ไม่ต้องหรอกพี่ บ้านเราคนละทางเลย พี่กลับเหอะ มาถึงนี่แล้วผมกลับเองได้"
"อืมๆ งั้นกลับบ้านดีๆ นะมาร์ช พี่เป็นห่วง"
"ค้าบบบ" ผมบอกพี่เขาเสร็จก็พอดีแท็กซี่จอดให้ลง ผมเลยหวัดดีพี่นะ แล้วรีบลงรถมาก่อนพี่เค้าจะเปลี่นใจ เห็นทำหน้าลังเล
รถแท็กซี่ขับออกไป แต่ผมก็เห็นลางๆ ว่าพี่นะมองมาที่ผม จนกระทั่งรถลับสายตาไป ผมมองไปรอบๆ ดูนาฬิกาแล้วตอนนี้ โหยย จะสามแล้วอ่ะ คนทำไมยังเยอะอยู่ว่ะ บ้านช่องไม่ยอมกลับ ไม่ไปหลับไปนอน มาโต๋เต๋อะไรแถวนี้เนี๊ย (แล้วเมิงมาทำอะไรแถวนี้กะเค้าล่ะ สาดดด )

          ด้วยอาการที่มึน ๆ นิด ๆ ง่วงหน่อย ๆ คิดว่าถ้านั่งแท็กซี่ตอนนี้มีหวังได้แจกของแถมแท็กซี่แน่ๆ เพราะตอนนี้ท้องใส้เริ่มปั่นป่วน ชักจะไม่สามัคคีกันซ่ะแล้ว ผมเริ่มเล็งหาที่หย่อนตรูนั่งสงบสติอารมณ์ กะว่าซํกพักพอหายแฮ็งค์ หายมึนค่อยไปต่อ ไม่ต้องรีบร้อน เพราะพรุ้งนี้ไม่ต้องไปทำงาน จะตื่นเช้า ตื่นสายก็ไม่มีใครมาว่า พอนั่งได้ซักพักหนังตาเริ่มออกอาการรักกันขึ้นมากระทันหัน คิดว่าพักสายตาซักนิดคงไม่เป็นไรมั่ง พักสายตานิดนึงจริงๆ น่ะ จริง จริ๊งงง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
อืมมมมมมมม ร้อนแฮ่ะ ทำไมบ้านกรูร้อนจังวะ  ลืมปิดม่านแน่ ๆ แต่อ๊ะ ห้องก็ไม่ได้อยู่ทิศที่แดดมันจะส่องนี่นาา .....
ข้างบ้านแม่งมีงานไรป้ะเนี่ย เสียงแม่งดังโครต หนวกหูว่ะ ........ทำไมที่นอนกรูแข๊งงงแข็งว่ะ หรือกรูนอนตกเตียง ....
แล้วทำไมวันนี้รถแถวบ้านกรูเยอะจังวะ เสียงรถโครตหนวกหูบ้านรึก็ไม่ได้ติดถนนใหญ่  ตื่นก็ได้วะ แม่ง ................
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ออกอาการงัวเงียอีกตามเคย บิดขี้เกียจหรือเปล่า ไม่รู้   แต่หลังจากปรับสภาพตัวเองได้
.......O.o ..... แทบช็อค! ตาสว่างทันที ..............................สภาพคือ ไอ้มาร์ชนอนแผ่หลาอยู่บนเก้าอี้ กลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิโดยมีสายตานับร้อยของคนที่รอรถเมล์ และ ไอ้ที่อยู่บนรถเมล์มองมาด้วยความสงสัย! อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก กรูจะอายดีไม๊เนี่ยยยยย พอสติกลับมาครบถ้วน ไอ้มาร์ช ลูบหัวตัวเองสองที ลุกขึ้นเดินแบบเนียนๆ พอห่างสายตาประชาชีก็วิ่งขึ้นแท็กซี่อย่างรวดเร็ว  ก่อนจะปลอบใจตัวเอง.....

เอาว่ะ!~ คนเราเจอกันครั้งเดียว เว่ยยยยย (กรูว่ามึงไม่ควรโผล่หัวมาอนุสาวรีย์ซัก เดือนหรือสองเดือนว่ะ) กรูเห็นด้วยกะเมิง อร๊ากกกกกกกกกกกกกก ภาพพจน์คนหล่ออย่างกรู อร๊ากกก ไม่มีชิ้นดีแล้วววววววววววววว

 

TBC...

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

- -"

จองไว้ก่อน

แด่วเค้ามาอ่านต่อนะ...อะเคร๊??

#1 By m@ma-sUgaI2 bOy on 2009-04-04 08:55

จบแหละ..

พระเอกเรื่องนี้...ไมขี้ลืมจังอ่ะ

เง้อ!!!

#2 By m@ma-sUgaI2 bOy on 2009-04-04 09:17

big smile 555+

#3 By Paa orKant on 2009-04-04 11:46

ลืมได้โล่

#4 By (125.26.253.49) on 2009-05-01 16:47

ง่าส์

เคยอ่านแล้วอ่ะ

ถ้าจำไม่ผิดพระเอกชือมาร์ช

นายเอกชื่อเมลอ่ะ

ช่ายมะ

#5 By (203.170.234.21) on 2009-08-28 02:23