แล้วก็โดนเข้าจนได้ไอ้เด็กเวร 2
posted on 04 Apr 2009 19:39 by alatal2iel-lissesul in Novel
หลังจากวันนั้น ผมกับพี่นะก็สนิทกันมากขึ้น ผมยังคงโดนพี่นะ ลากไปนู่นมานี่อยู่เสมอ จากที่เขินๆ ก็ไม่มีแล้วครับ ยางองยางอาย ลากเลยครับพี่เต็มที่ แล้วเวลาผมลากพี่ขึ้นเตียงบ้าง อย่ามาขัดขืนผมละกานนน กร๊ากกก ( ปัญหาคือ มึงจะลากเค้ารึจะโดนเค้าลากวะ ) สาดดด กรูไม่ได้ขอความเห็น อย่าเจือก! เวลากินข้าวก็ไปด้วยกัน อาจจะมีพี่วุธมาแจมในบางที หรืออาจจะไปเป็นกลุ่มบ้างแต่ก็ไม่มากนัก ส่วนมากก็เป็นผมกับพี่นะ สงอคนนี่แหละครับ เวลากลับบ้าน พี่นะมักจจะเก็บของก่อนแล้วนั่งรอผมเสมอ จนกระทั่งผมเก็บของเสร็จนั่นแหละถึงจะลงไปที่รถพร้อม ๆ กัน ผมเริ่มผูกพันกับพี่นะ มากขึ้นทีละนิด พี่เขาเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ชาย ที่ดูแลผมมาอย่างดีเสมอ จนผมต้องถามตัวเองอยู่หลายครั้ง ตกลงแล้ว เราสองคนเป็นแค่พี่น้องกันใช่ไหม..
ความสัมพันธ์ที่ยากจะเข้าใจ ของผมกับพี่นะก็เป็นอย่างนี้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งพี่เจี๊ยบก้าวเข้ามาทำงานในบริษัท พี่เจี๊ยบเป็นสาวสวย หุ่นดี นิสัยน่ารัก ที่หลายๆ คนในบริษัทหมายปอง ความเป็นมิตรที่พี่เจี๊ยบแสดงออก ความเป็นธรรมชาติและหน้าตาที่สะสวยของพี่เขา ก็ดึงดูดให้ใครหลายคน พยายามจีบพี่เจี๊ยบอยู่เสมอ ผมไม่ได้รู้สึกอะไรนักหรอก กับการที่พี่เจี๊ยบมีใครมาจีบ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของผมไงครับ ใครจะจีบใครก็ตามใจ อย่ามายุ่งกะผมเป็นพอ แต่ถ้าให้พูดความจริงผมก็ชอบพี่เจี๊ยบอยู่เหมือนกันแหละครับ ก็พี่เค้าน่ารักอ่ะน่ะ หุหุ ดังนั้นเวลาไปกินข้าวผมมักจะพยายามเดินไปผ่านโต๊ะพี่เค้าแล้วแซวพี่เค้าเสมอ โดยมีพี่นะตามไปเหมือนเช่นเคย
วันนี้เป็นอีกวันที่ ผมโดนพี่นะลากไปวนอ้อมโต๊ะพี่เจี๊ยบ เห็นพี่เจี๊ยบกำลังเก็บของเพื่อเตรียมตัวไปกินข้าวกลางวัน ผมก็เดินวนไปแซวตามปกติ
"โอ๊ะๆ พี่นะดูดิ มองไปมองมาพี่เจี๊ยบนี่ก็เหมือนลูกครึ่งเนอะพี่นะ " พี่เจี๊ยบทำหน้างงใส่ผม แล้วถาม
"ลูกครึ่งยังไงคะ"
" เก๊าะ ครึ่งมนุษย์ครึ่งนางฟ้าไงค้าบบบ ฮิ้วววว" ผมกันไปแตะมือกับพี่นะ ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง เรียกว่าไม่ช่วยทำมาหากิน ยืนนิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหวอย่างเดียว
"บ้า!" พี่เจี๊ยบแกเขินครับ เลยด่าให้ แต่ไม่ใส่ใจครับ ผู้หญิงด่าเค้าว่าผู้หญิงรัก ยิ่งด่าพ่อล่อแม่นะ หูยยย คงโครตรักเราอ่ะ ผมรีบยิ้มละลายใจพี่เจี๊ยบอีกรอบ ก่อนจะถาม
"พี่เจี๊ยบ ไปทานข้าวที่ไหนค้าบบ" (โหยยย ทีงี้ละ สุภาพ แสรดดด)-*- อีนี่เสียงเวรนี่กลับมาอีกละ หายไปนานแล้วนะมึง พี่เจี๊ยบหันมายิ้มหวานให้
"ก็ไปทานกับพวกพี่หนึ่งแหละค่ะ" อ่อ ไปกะเจ้กะปุกตั้งฉ่ายนี่เอง
" โหยพี่..ไปกะพี่หนึ่งเดี๋ยวหุ่นกะเหมือนแกหรอกพี่ โอ๊ยย!" ผมรีบหันไปตามแรงเหวี่ยงของบางสิ่งที่มากระทบกบาลผมทันที หันไปก็เจอกับ กระปุกตั้งฉ่ายยักษ์ ภาคพิศดาร เพราะควบตำแหน่งผีเสื้อดินสอ ( สมุทร! อย่าเล่นมุกแป้ก กรูขอร้อง) -*- ไม่ขำหรอครับ อ้ะผ่านปายยย
"ทำไมไอ้มาร์ช หุ่นอย่างชั้นมันเป้นยังไง" พี่หนึ่งยืนเท้าเอวถามผมครับ แล้วไอ้คนบอบบางอย่างผมจะทำอะไรได้ นอกจาก
" ก็ไม่ได้ว่าอารายค้าบบ แค่จะบอกว่าถ้าหุ่นเหมือนพี่ แล้วผมก็กอดได้อุ่นขึ้นอ้ะสิ แค่นั้นเอง จริงๆนะค้าบบบ" ผมรีบลงไปอ้อนเจ้ผีเสื้อดินสอ (กรูบอกว่าอย่าเล่น ! สาดด) เออ ขอโทษกรูลืมตัว ต่อๆ พอพี่หนึ่งได้ยินแกก็ผลักหัวผมออก
"ไอ้ตอแหล"-*- อย่าเอาเรื่องจริงมาพูดเล่นครับพี่ 555+
"แล้วพวกพี่ไปทานที่ไหนกันค้าบบ"
"ว่าจะไปกิน ที่ฝั่งโน้นอ้ะ ไปม่ะ" พี่หนึ่งหมายถึงห้างใหญ่ที่อยู่ตรงกันข้ามกับบริษัทครับ
" อืม น่าสนนะพี่ เดี๋ยวผมถามผู้ปกครองก่อน" จะมีคร๊ายยยยถ้าไม่ใช่พี่นะ 555+ ผมหันไปมอง เห็นแกทำหน้าแบบว่า กรุณาตอบตกลงครับ กรูอยากไปมากมาย อยากถามว่าทำไมพี่ไม่พูดเองค้าบบบ มาผ่านผมทำม๊ายยยย ผมหันมาหาเจ้ตั้งฉ่าย
"ไปครับพี่ ป่ะกัน เดี๋ยวกลับเข้ามาช้า"
" อืมม ป่ะๆ" และแล้วพวกเราก็ยกพวกกันออกไปตีทัพพม่าที่นอกเมือง กองทัพพม่าที่กล้าแข็งไม่สามารถตีฝ่าวงล้อมของค่ายบางระจันเข้ามาได้ เอ่อ... ไม่ใช่ละ เริ่มมั่วละกรู
มาถึงที่ร้านพวกเราก็สั่ง อาหาร แล้วก็นั่งกินกันไปด้วยความสนุกสนาน อย่างที่บอกครับ พี่หนึ่งนี่แกเป็นสาวฮากระจาย ไม่ใช่ดาวกระจายนะครับ อย่างแกคงเป็นดาวกระจายไม่ไหว ครือเอาขึ้นไปแปะบนฟ้าไม่ได้อ้ะครับ น้ำหนักเกิน กร๊ากกก แกคงเป็นได้แต่ดาวน์ซินโดรม ประมาณนั้น แกงี้โครตขยันปล่อยมุขครับ ปล่อยมา10 แป้กไป 7 แกก็ยังคงพยายามเล่นต่อ แต่มันก็ขำนะครับ ขำที่มันแป้กแล้วแกพยายามนี่ล่ะ แล้วเมื่อพี่หนึ่งมาเจอกับไอ้มาร์ช อะไรจะเกิดขึ้นครับ ถูกต้องนะค้าบบบ! โต๊ะกลายเป็นสนามประลองมุขชั่วคราว เรียกว่ามีอะไรติดตัวมานี่สาดใส่กันไปยั้งครับ ที่เหลือนี่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งฮากันไม่ลืมหูลืมตา แล้วนึกสภาพพี่ชายเส้นตื้นของผม แกขำจนหน้าแดง น้ำตาไหล เหลืออีกไม่นานคงลงไปนอนกะพื้นแล้วครับ ระหว่างนั้นผมก็ทันได้เห็นอะไรบางอย่างแปลกไป
ผมเห็นพี่นะแอบ มองพี่เจี๊ยบบ่อยๆ หลายครั้งที่พี่นะแสดงความเป็นห่วงพี่เจี๊ยบโดยที่ไม่รู้ตัว และหลายครั้ง แทนที่จะสนใจพระรามเก้าคาเฟ่ฉบับย่ออย่างผมสองคน สายตาพี่นะกลับหันไปมองพี่เจี๊ยบซะอย่างงั้น ด้วยหน้าที่และภารกิจอันยิ่งใหญ่ติดพัน กำลังโรมรันพันตูสงครามน้ำลายอยู่ทำให้ผมไม่สามารถปลีกตัวไปถามให้รู้เรื่อง ได้ ผมเลยได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ และฟาดฟันกับเจ้ตังฉ่ายของผมต่อ
จน กระทั่งเรากลับเข้ามาในออฟฟิศ ผมเดินเข้าไปในแคนทีน ชงกาแฟให้ตัวเองแก้วหนึ่ง และชงเผื่อพี่นะอีก 1 ระหว่างที่ชงผมได้แต่ทบทวนท่าทีของพี่นะ ในใจ ยิ่งคิดยิ่งสงสัยชงกาแฟเสร็จ ผมก็เดินไปเลียบๆ เคียงๆ ที่โต๊ะพี่นะ เห็นพี่เค้ากำลังหาอะไรสักอย่างอยู่ พี่นะหันมาเห็นผมก็ทำหน้าเป็นคำถามส่งมาให้ ผมเลยวางกาแฟให้ที่โต๊ะพี่นะ
"แต๊งกิ้วน้อง" พี่นะยกกาแฟขึ้นจิบ ผมยืนมองอยู่พักนึงก่อนจะถาม
"ผมถามไรหน่อยดิพี่" พี่นะเลิกค้นหาอะไรที่กำลังหาอยู่ แล้วมองผมตรงๆ
"อะไรหรอมาร์ช"
"พี่ต้องตอบผมตรงๆนะ" พี่นะทำคิ้วยุ่ง
" ดูเครียดๆ ทำไมหรอ ไม่เข้าใจงานตรงไหนรึเปล่า หรือมีใครทำอะไร" ผมส่ายหน้า หมุนแก้วกาแฟในมือเล่น ถอนหายใจ นิ่งไปสักพัก ก่อนจะตัดสินใจถามรวดเดียว
"... พี่นะชอบพี่เจี๊ยบหรอ" มือพี่นะที่จับหูแก้วกาแฟชะงัก ตาโต หน้าเริ่มมีสีขึ้น เป้นคำตอบที่ชัดเจนซะจนผมไม่จำเป็นต้องรอฟังคำตอบ แต่พี่นะก็พูด
"ถามอะไรแบบนั้นอ้ะมาร์ช" ผมหัวเราะ
"โหยพี่ หน้าแดงแล้ว ยังจะถามว่าผมถามอะไร เอ๊ออ คนเรา แน่ะๆๆ แทงใจอ้ะดิ จึ๊กๆๆ เลย" พี่นะไม่พูดอะไร ส่ายหัวแล้วอมยิ้ม ผมเลยเท้าแขนยื่นไปใกล้ๆ พี่นะแล้วบอก
"ผมช่วยพี่จีบเอาป่าวพี่" พี่นะยิ้ม
"เฮ้ย ไม่เป็นไรม้างง"
"เอาน่า ผมช่วย รับรองติด โอเคป้ะ ช้าอย่างพี่นะ รอให้จีบเองก็กินแห้วอ้ะ "
"อ้าวไอ้นี่ ว่าพี่เหรอ"
"555+ ก้อยู่กันสองคนจะให้ว่าใครค้าบบ" พี่นะทำท่าจะโบกกบาลผม ผมเลยรีบหลบ เอามือกุมหัวแล้วถาม
"ตกลงเอาป่าวพี่" พี่นะทำท่าคิดก่อนจะพยักหน้า
"เออ! ก็ได้"
"ได้เลยพี่ ได้เลย เดี๋ยวไอ้มาร์ชจัดให้ ถ้าจีบไม่ติดผมให้พี่ไปกระทืบพี่วุธได้เลย"
"5555 โห โครตน่าเชื่อถืออ้ะ"
"เออๆ ผมไปทำงานแระนะพี่ รู้เรื่องแล้วสบายใจ 5555"
"รีบไปเลยแก" ผมเดินกลับมาที่โต๊ะตัวเอง แต่ไม่ได้ทำงานอย่างที่บอกพี่นะ ได้แต่นั่งนิ่งๆ บอกไม่ถูกว่าตอนนี้กำลังรู้สึกยังไง ...
TBC...
ตอน 7
ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้าด้วยอาการหนักอึ้งในใจอย่าบอกไม่ถุก ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกที่มีในขณะนี้ได้ ผมไม่เข้าใจว่าตัวผมเองกำลังเป็นอะไรกันแน่ แค่การที่พี่นะจะมีแฟนมันทำให้ผมต้องคิดมากขนาดนี้เลยหรอ ผมลุกจากเตียงไปส่องกระจกในห้องน้ำ หน้าผม ตัวผม ทุกอย่างที่ผมมีมันก็บอกว่าผมเป็นผู้ชาย แล้วความรู้สึกหนักอึ้ง เหมือนกำลังจะเสียของที่รักไปนี่มันอะไร อาจจะเป็นเพราะผมกับพี่นะสนิทกันมากเกินไป เวลาพี่นะจะมีแฟนมันเลยทำให้ผมหวง เหมือนน้องชายหวงพี่ชายล่ะมั้ง คงจะเหมือนที่น้องผมมันหวงผมนั่นแหละ คิดได้แบบนี้ ผมก็ยิ้มให้กระจก
"แค่พี่นะมีแฟน มันไม่ได้แปลว่าแกจะทิ้งน้องสักหน่อย" ผมยิ้มให้กำลังใจตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะรีบเข้าไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัว จนเรียบร้อย แล้วขับรถไปทำงาน ระหว่างที่ขับรถไป ผมก็นั่งนึกว่าจะทำยังไงให้พี่นะ สมหวังในรัก ทำไงดีหว่า
(ไม่เห็นจะยาก มึงก็เดินไปบอกว่าพี่เค้าชอบก็แค่นั้น)
เฮ้ย! อิเสียงนรก ตกใจหมด กรูกะลังใช้ความคิด แต่เอ่ ทำแบบนั้นจะดีหรอวะ
(โหยผู้หญิงเค้าชอบแบบตรงๆ จะมามัวแอ๊บทำเป็นหมาหยอกไก่ หญิงไม่รู้หญิงตีจากนะเฟ้ย) มึงรู้ได้ไง
(กูรู้ละกัน มึงจะทำหรือไม่ทำ ตามใจมึงละกัน สาดดดด) -*- ตกลงกรูบ้าใช่ไม๊ คุยกะตัวเอง ด่าตัวเอง ทะเลาะกะตัวเองอีก กูเริ่มงงละ
ผมขับรถแบบสมาธิแตกซ่านมาถึงบริษทได้โดยปลอดภัย นึกว่าจะไปเสยตูดใครเข้าซะแล้ว เห็นพี่นะกำลังช่วยพี่เจี๊ยบขนของลงจากรถพอดี ไม่รู้ทำไมจี๊ดๆ ในใจอีกแล้ว ผมขับไปจอดแล้วนิ่งอยู่ในรถสักพักกะว่าจะ ให้พี่สองคนเข้าตึกไปก่อนค่อยอกมาจากรถ แต่พี่นะคงเห็นรถผม พี่นะเลยเดินมาเคาะกระจก
"มาร์ช...เป็นอะไรทำไมไม่ลง" ผมมองหน้าพี่นะ แววตาที่ยังดูห่วงใยเหมือนเดิม ใช่ มันเหมือนเดิม ผมยิ้มให้พี่นะ
"โหย ก็กะจะรอให้พี่เดินสวีตไปกับพี่เจี๊ยบสองคนไง" พี่นะทำหน้าอายๆ
"อย่าพูดเลยกะจะอู้ไม่ช่วยขนของอ้ะดิ"
"โหยยย รู้ทันอีกอ้ะ"
"555+"เมื่อพี่นะพูดแบบนี้ผมเลยลงมากจากรถแล้วตรงไปช่วยพี่ทั้งสองคนขนของ พี่เจี๊ยบยิ้มให้
"มาร์ช เป็นอะไรรึเปล่า เห็นพี่นะบอกว่านั่งในรถตั้งนาน" ผมหันไปมองพี่นะ พี่ยังสังเกตผมใช่ไม๊ ผมยิ้มให้พี่เจี๊ยบ
"กะจะอู้ไม่ขนของอ้ะพี่ เสียดายพี่นะดันเห็น 555+"
"555+ มาร์ชพูดเหมือนพี่นะเมื่อกี๊เลย ดูสองคนสนิทกันจังเลยนะ" ผมสะดุดกับคำคำนี้ พี่นะคุยกับพี่เจี๊ยบโดยไม่ต้องมีผมเป็นตัวกลางได้แล้ว... พี่นะหันไปบอกพี่เจี๊ยบ
"ก็นะเป็นพี่สอนงาน มาร์ชไง เลยสนิทกัน นะเห็นมาร์ชแล้วคิดถึงน้องชายเลยอ้ะ นะเป็นลูกคนเดียวไง เลยอยากมีน้องชายมานานแล้ว นะคิดนะถ้านะมีน้องชาย คงกวนๆ เหมือนเจ้ามาร์ชนี่แหละ" ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกโหวงๆ ในใจ พี่นะเดินคุยกับพี่เจี๊ยบไปเรื่อยๆ โดยลืมไปว่ายังมีผม ผมที่เดินตามมาข้างหลัง หัวใจมันเจ็บแปลกๆ แบบที่ผมเองก็ไม่เข้าใจ
ขึ้นมาถึงออฟฟิศพี่นะก้แยกกับพี่เจี๊ยบ แล้วลากผมไปซื้อของกินตอนเช้าด้วยตามปกติ ผมยิ้มกับตัวเอง พี่ชายผม ก็ยังคงเป็นพี่ชาย ของผม เรานั่งกินกาแฟ กับปาท่องโก่กันตามปกติ ผมด้วยความอารมณ์ดี ผมเลยบอกพี่นะ
"พี่นะ...เดี๋ยวมาร์ชเลี้ยงซาลาเปาเอาป่าว" พี่นะทำตาโต
"เฮ้ยอะไรเข้าสิงอ้ะ ...ตัวร้อนรึเปล่าเนี่ย" -*- นี่ผมดูงกขนาดนั้นเลยเร๊อะ
"โหยพี่ ไงพูดงั้นอ้ะ ไม่ซื้อละ"
"555+ มีงอนด้วย ไปซื้อดิ กำลังอยากกินของฟรีพอดี"
"ได้ค้าบบ งั้นพี่ขึ้นออฟฟิสไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมตามไป"
"อืม ได้ เร็วๆนะ" ผมพยักหน้า แล้วเดินไปซื้อซาลาเปาที่ร้าน ก็จีบแม่ค้าไปด้วย ทดสอบเสน่ห์ตัวเอง 55+ พอให้ได้ลดแลกแจกแถม ได้ของที่ต้องการปุ๊บ ผมก้เดินกลับขึ้นไปหาพี่นะ บนออฟฟิศ ภาพที่เห็นก้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ใจผมเต้นแปลกๆ ภาพพี่เจี๊ยบที่ยืนคุยกับพี่นะ ในมือทั้งงคู่ถือแก้วกาแฟ มันเหมือนภาพที่ผมเคยได้เห็นมาก่อน แต่ในตอนนั้นคนที่ยืนข้างพี่นะ คือผม ไม่ใช่พี่เจี๊ยบ....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ไม่รู้ว่าผมยืนอยู่นานแค่ไหน จนคนในห้องทั้งคู่หันมาเห็นผม เข้า ผมได้แต่ฝืนยิ้มเดินเข้าไปหา พร้อมกับเอยชวนทั้งคู่
"พี่นะ พี่เจี๊ยบ กินซาลาเปาดิ มาร์ชซื้อมาเนี่ย" ผมชูถุงซาลาเปาให้พี่ทั้งสองคนดู
"ไม่เป็นไรจ้า..พี่เกรงใจ" พี่เจี๊ยบรีบบอก ผมเลยยิ้มให้
"ไม่เป็นไรพี่ ผมซื้อมาเยอะ"
"ขอบใจจ่ะ"
"มาร์ชซื้อไส้ไรมาบ้างอ้ะ" พี่นะหันมาถามผม
"ก็หมูสับกับหมูแดงแหละพี่"
"อืม...เจี๊ยบ เอาหมูสับหรือหมูแดงครับ" ผมนิ่งอีกครั้ง คำถามที่เคยถามผม ตอนนี้ กลายเป็นของอีกคน ที่ไม่ใช่ผม รอยยิ้มใจดีนั่นอีก มันเคยเป็นของผม แต่ตอนนี้...มันไม่ใช่
"เอ่อ...พี่ ผมไปชงกาแฟก่อนนะ" ผมบอกทั้งคู่แล้วรีบพาตัวเองเข้าไปหลบในแคนทีน มือจับที่หัวใจ ไม่รู้ว่าทำไมถึงเจ็บขนาดนี้...
ผมใช้เวลาอยู่ในแคนทีนนานพอสมควร นานจนรู้สึกว่าดีขึ้น เลยเดินออกมา ด้านนอก พี่เจี๊ยบกลับไปที่โตีะตัวเองแล้ว ผมเดินไปที่โต๊ะตัวเอง พี่นะหันมาถามผมด้วยความเป็นห่วง
"เป็นอะไรรึเปล่ามาร์ช สีหน้าไม่ดีเลย" ผมรีบยิ้มให้
"ไม่มีไรนี่พี่"
"หรอ..แน่ใจนะ ไม่ไหวก็บอกนะ เดี๋ยวพี่ลางานให้"
"โหยยผมไม่เป็นไรจริงๆ พี่ เชื่อดิ"
"งั้น...ตั้งใจทำงานนะ มีอะไรก็บอกพี่แล้วกัน" พี่นะลูบหัวผม แล้วบีบเบาๆที่ไหล่
"ครับ" ผมพูดไม่ออก จุกในคอ อย่าดีกับผมแบบนี้พี่ อย่าใส่ใจผมมากขนาดนี้ อย่าทำเหมือนผมเป็นคนสำคัญของพี่ ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ อย่าทำให้ผมสับสนไปมากกว่านี้ได้ไม๊ แค่นี้ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองแล้วว่าผมคิดกับพี่ยังไง.....
พักกลางวัน ผมก็ไปกินข้าวกับพี่นะตามปกติ ผมเริ่มสับบสนมากขึ้น จนเอ่ยถามออกไป
"พี่นะ...พี่นะจีบพี่เจี๊ยบติดแล้วหรอ"
"เฮ้ยย...ป่าว พี่แบบว่า..เอ่อ...ก็คุยเฉยๆ อ้ะ ยังไม่ได้จีบ" ผมฝืนยิ้ม
"โหยย...ไวนะพี่ อย่างงี้ผมก็ไม่ต้องช่วยแล้วดิ "
"เฮ้ย...ไหนบอกว่าจะช่วย"
"อ้าว...ก็พี่ออกจะก้าวหน้า" พี่นะทำหน้าเขิน
"ไม่ได้ก้าวหน้าเว่ย...เค้าไม่ได้มองพี่แบบนั้น" ผมยิ้ม ผมรู้สึกนะว่าผมยิ้ม แต่ทำไมมันลำบากนักก็ไม่รู้
"โอเคพี่...เดี๋ยวไอ้มาร์ชจัดให้" พี่นะทำหน้างงๆ แต่ผมไม่เปิดโอกาศให้พี่นะได้ถาม ผมชวนพี่นะกินข้าวอย่างรวดเร็ว และขึ้นออฟฟิศไปพร้อมๆ กัน โดยไม่ได้ซื้อขนมเหมือนเมื่อก่อน
ผมเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง จนกระทั่งพี่เจี๊ยบขึ้นมาถึงที่ออฟฟิศ ผมรอจนกระทั่งพี่เจี๊ยบกลับจากโต๊ะพี่หนึ่งมานั่งที่โตีะของตัวเอง ผมเลยเดินไปหา ยิ้มให้พี่เจี๊ยบ
"พี่เจี๊ยบค้าบบ..น้องมาร์ชสุดหล่อ มีเรื่องจะคุยด้วยค้าบบ" พี่เจี๊ยบหัวเราะ
"ได้ค้าบบ แล้วน้องมาร์ชสุดหล่อ มีอะไรจะคุยกับะเจี๊ยบสุดสวยล่ะคะ" แหมมีเล่นด้วย เดี๋ยวไอ้มาร์ชก็จีบเองซะหรอก ...ทำไมไม่ขำวะ ไม่เข้าใจตัวเอง
"พี่เจี๊ยบมีแฟนรึยังอ้ะครับ" พี่เจี๊ยบหัวเราะอีก
"ถามทำไมอ้ะ มาร์ชจะจีบพี่หรอ"...อย่ามาพูดทีเล่นทีจริงครับ ผมเอาจริง 555+ (มาร์ช กรูว่าอย่าพยายามเลย มึงไม่ขำเหมือนที่มึงกำลังแสดงอยู่เลยว่ะ) เสียงในใจผม ดังอีกครั้ง ผมได้แต่ยอมรับ ว่าผมไม่ได้รู้สึกขำ เหมือนที่ผมแสดงอยู่เลย
"..ค้าบ จีบครับพี่ แต่ไม่ใช่ผม..นู่น พี่นะ พี่ชายผมนู่นเค้าชอบพี่ อ้ะครับ " ผมบอก พี่เจี๊ยบหน้าแดง หันไปมองพี่นะ แค่นี้ผมก็รู้คำตอบของพี่เจี๊ยบ
"ฮิ้วๆๆๆ มีหน้าแดง งี้พี่ผมก็ไม่อกหักแล้วดิ"
"บ้า!" พี่เจี๊ยบพูดได้แค่นี้แล้วกหันไปเขินต่อ ผมหัวเราะ เดินไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่นะฟั พี่นะยิ้ม สีหน้าที่แสดงให้รู้ว่าพี่เขาดีใจ และพอใจ ในตอนนี้ ผมควรจะมีความสุขใช่ไม๊ครับที่พี่เขาสมหวัง ...ใช่สิ ผมควรจะมีความสุข ....
ผมกลับมาที่บ้านโดยไม่รู้ว่ากลับมาได้ยังไง หัวใจที่ควรจะยินดี มันกลับ...เจ็บ..เจ็บจนจะทนไม่ไหว ผมเดินขึ้นบ้าน ....ยิ้มให้ตัวเองในกระจก...หัวเราะดังๆ ที่พี่เขามีความสุข...ใช่หัวเราะให้กับความสุขของพี่เค้า......ทำไมทั้งๆ ที่ผมกำลังหัวเราะ น้ำตามันไหล...คงเป็นเพราะผมดีใจเกินไปแน่ๆ ผมคงดีใจจนเพี้ยนไป ...ผมคงหัวเราะ เพราะความดีใจจนน้ำตาไหลแน่ๆ ... ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ..
ผมออกมาจากห้องน้ำนานแล้ว นั่งเช็ดผมอยู่ที่เตียงนอนของตัวเอง ...แปลก...ที่ผมไม่ได้หัวเราะแล้ว แต่น้ำตามันยังไหล...ทำไมมันเจ็บ...ปวดที่หัวใจ...ทำไม....ผมล้มตัวลงนอนกอดตัวเอง...ทำไมมันหนาว...หนาวจนทรมาน....ความเหงาที่ผมไม่เคยรับรู้ว่ามันมี ตอนนี้มันกัดกินหัวใจผมทีละนิดๆ ...ใครก็ได้ ช่วยมาอยู่ข้างๆ ผมที...มันทรมานจริงๆ...
TBC....
ตั้งแต่วันนั้น พี่นะกับพี่เจี๊ยบ ก็เริ่มคบกัน เวลาไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกัน พี่นะคอยเทคแคร์ดูแลพี่เจี๊ยบทุกอย่าง ผมที่เดินอยู่ด้วยเริ่มรู้ตัวว่าเป็นส่วนเกิน เป็นส่วนเกินที่แม้พี่เขาจะไม่พูดออกมา....แต่ตัวผมเองก็รู้ดี ...พี่นะกับพี่เจี๊ยบคบกันแบบไม่หวือหวา แต่ด้วยหน้าตา และนิสัย ทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันในสายตาของทุกคน...ผมได้แต่หันมามองตัวเอง...ตอนนี้ผมควรอยู่ในฐานะไหน...ควรจะทำตัวยังไง
ผมมอง ที่ที่เคยเป็นของผม...มันกลายเป็นของคนอื่น... มือที่เคยจับมือผม ....ก็กลายเป็นมือเรียวๆ ของพี่เจี๊ยบ ...รอยยิ้มที่เคยมีให้ผม ก็กลายเป็นของพี่เจี๊ยบ ...ความใจดีที่เคยมีให้ผมเพียงคนเดียว ถูกแบ่งไปให้พี่เจี๊ยบ ที่ที่เราเดินไปซื้อขนม...ร้านที่เคยทานข้าวด้วยกัน....ร้านกาแฟที่ผมยืนรอพี่นัทที่ไปซื้อปาท่องโก๋ หรือซาลาเปา...ทุกๆ ที่ ที่เคยมีแค่ผมกับพี่นะ...ตอนนี้มีพี่เจี๊ยบแทรกอยู่ในทุกที่ ...ทุกรอยยิ้ม...ทุกคำพูด.. ผมไม่เคยเจ็บเท่านี้มาก่อน ในตอนนี้ผมน่าจะดีใจที่พี่นะ ได้คบกับคนที่ชอบ แต่หัวใจมันเจ็บ....เจ็บจนจะทนไม่ไหว...ยิ่งได้เห็นสายตาอ่อนโยนที่พี่นะใช้มองพี่เจี๊ยบ หัวใจผมก็เหมือนจะสลาย ทำไม...ผมถึงเพิ่งรู้ตัว ว่าผม ..."รักพี่นะ"...ใช่ครับ ผมหลงรักพี่เค้า ไม่รู้หรอกว่ารักตอนไหน มารู้ตัวก็ตอนที่...ผมต้องเสียเค้าไป...พี่นะ ...กำลังเป็นของคนอื่น....กำลังมองคนอื่น....ดูแลคนอื่น...ที่ไม่ใช่ผม...
ผมยังคงยิ้ม สนุกสนาน ไปเที่ยว ดื่มเหล้า ในทุกๆ คืน กับเพื่อนกลุ่มใหม่ เพื่อจะได้เมา แล้วหลับ...ไม่ต้องคิดถึงเรื่องไหน...ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นภาพของทั้งคู่ ที่เคียงข้างกัน...ทุกเช้า ผมจะเข้าออฟฟิศช้าลง..เพื่อจะได้ไม่ต้องเจอกับภาพที่เขานั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน...กลางวันก็เริ่มที่จะปฏิเสธคำชวนของพี่นะและไปกับเพื่อน ๆกลุ่มอื่น ...แต่เมื่อหลายครั้งเข้า พี่นะก็เริ่มไม่ยอม เหมือนในวันนี้
"มาร์ช...กลางวันนี้ไปกินข้าวกัน" พี่นะชวนผมเหมือนเคย
"ไม่อ้ะพี่นะ...มาร์ชนัดพี่เหน่งไว้แล้ว" ผมบอกพี่นะ โดยที่มือก็เก็บของไปด้วย...ผมไม่ได้นัดใครไว้หรอก เพียงแต่ ไม่อยากไป.. เสียงพี่นะดังขึ้นอีก
"อะไรอ้ะ...ได้เพื่อนใหม่แล้วลืมพี่ลืมเชื้อหรอ" พี่นะพูด ผมได้แต่ยิ้ม
"อะไรเล่า...ก็แค่ไม่อยากไปเป็นก้างใคร...แหมๆ มาร์ชรู้นะ พี่กินข้าวกันที มดจะท่วมร้าน" ผมหัวเราะ ผมยิ้ม แต่พี่นะเห็นไม๊ เห็นสายตาผมไม็ เห็นความเจ็บปวดของผมไม๊ พี่ถามผมทำไม พี่ชวนผมทำไม....ในเมื่อพี่มีคนนั้น...ผมรู้ว่าพี่ไม่ผิด แต่ผมทำใจไม่ได้ ...พี่จะรู้ไม๊ครับ....
"55+ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก นะ วันนี้ไปกับพี่เหอะ ไม่ได้กินข้าวด้วยกันหลายวันแล้ว เดี๋ยวพี่ไปบอกไอ้เหน่งให้ก็ได้" พี่นะทำท่าจะเดินไปจริงๆ
"ไม่เป็นไรพี่...ไปก็ได้..เดี๋ยวมาร์ชเก็บของแปบ"
"ดีมากน้อง..เร็วๆนะ เดี๋ยวพี่ไปตามพี่เจี๊ยบแปบ" ผมได้แต่ยิ้มให้ มือที่เก็บของช้าลง จนเกือบหยุด ผมยิ้มให้ตัวเอง (สู้ๆ มึง ) เสียงในใจที่ผมเคยรำคาญ ตอนนี้มันคงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่ผมเหลืออยู่
ผมไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่มาทานข้าวกับพี่นะ ในวันนี้ พี่นะพาผมกับพี่เจี๊ยบมาที่สวนอาหารแห่งหนึ่ง บรรยากาศแสนดี ติดริมบึง ลมเย็นๆ พัดเอื่อย ผมควรจะมีความสุข นั่งแซวพี่นะ หรือไม่ก็พี่วุธ จิบเบียร์ไปด้วย ...แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ผมต้องนั่งมองคนที่ผมรัก เอาใจใส่คนของเขา ภาพพี่นัทที่ดูแล เอาใจใส่พี่เจี๊ยบ มันเหมือนมีภาพผมไปซ้อนทับภาพพี่เจี๊ยบ....ภาพในวันวานหมุนวนมาเป็นฉาก หัวใจผมร้าวราน....ผมไม่ควรอยู่ที่นี่ ไม่ควรมานั่งมองเขาคู่กัน...ไม่ควรจริงๆ พี่เจี๊ยบคงเห็นผมเงียบไป เลยหันมาถาม
"เป็นอะไรรึเปล่ามาร์ชดูเงียบๆ"
"ป่าวพี่...พอดีคันๆ อ้ะพี่" พี่เจี๊ยบทำหน้างง
"คันอะไรหรอ"
"อ๋อ...มดน่ะ พี่ มดเพียบเลย จะหวานไปไหนมากมายค้าบบ หวานไม่เผื่อใครเล๊ยย 555" พี่นะกับพี่เจี๊ยบทำหน้าเขิน ผมยิ้ม ผมหัวเราะ ผมพูดแซวพี่ทั้งสอง เหมือนผมไม่เป็นอะไร ผมยังยิ้มได้ แม้ว่าข้างใน...มันจะเจ็บ...
ข้าวมื้อนั้น จบลงด้วยความอบอุ่นและความสุขของพี่นัทและพี่เจี๊ยบ แต่มันเต็มไปด้วยความร้าวรานของผม....ผมไม่รู้ว่าผมนั่งอยู่ที่นั่นจนกระทั่งกลับมาที่ออฟฟิศได้ยังไง ...ผมไม่รู้ว่าผมนั่งหัวเราะกับมุขตลกของพี่หนึ่งตอนที่ผมไปคุยงานได้ยังไง....ไม่รู้ว่า...มีชีวิต....อยู่ได้ยังไง กับความเจ็บปวดขนาดนี้ ..เสียงหัวเราะของผมที่ดัง...มันมาได้ยังไง ผมก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง...ผมจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไม๊...
หลังจากวันนั้นผมเริ่มออกห่างจากพี่นะทีละน้อยๆ เริ่มคบเพื่อนใหม่ๆ ในออฟฟิศ มีเพื่อนกลุ่มใหม่ เริ่มเที่ยว สำมะเลเทเมา ตกเย็นเป็นเวลาที่ผมต้องไปไหนมาไหนกับพี่นะ ไปเที่ยว ไปซื้อของ มันไม่มีอีกแล้ว ผมใช้เวลาเลิกงานมานั่งซดเบียร์กระป๋องกันบรรดาเพื่อน ๆ ที่หน้าตึกบริษัทจนเป็นกิจวัตร จนพี่นะเป็นห่วง
"มาร์ช..พี่ว่าช่วงนี้เราเที่ยวบ่อยเกินไปแล้วนะ" ผมยิ้มให้พี่นะ
"โหยย..ไม่หรอกพี่ ขำๆ ....กินพอเป็นยอดข้าว"พี่นะเขกหัวผม
"ยอดข้าวตรงไหน...ไอ้เหน่งบอกว่าเมาเหมือนหมาทุกวัน"
"555++ หมาที่ไหนหล่อขนาดนี้ไม่มีพี่...พี่เหน่งแหละ เมา ชอบว่าคนอื่นเมา" พี่นะขมวดคิ้ว ผมเลยยิ้มให้
"ไม่เป็นไรหรอกพี่ ผมรู้ลิมิตตัวเองน่า...ผมไม่กินให้เสียงานหรอกค้าบบบ...ไม่ต้องห่วง"
"พี่ไม่ได้ห่วงงาน...พี่ห่วงเรานี่แหละ...เมาแล้วขับรถ อันตรายจะตาย"
"ยิ่งไม่ต้องห่วงใหญ่เลยพี่...ผมเมาไม่ขับ..นั่ง 935 อย่างเดียวพี่ ไม่ต้องห่วง ระดับไอ้มาร์ชแล้วไม่มีพลาดพี่" ผมเล่นมุขให้พี่เขาสบายใจ พี่นะส่ายหัว
"เออ รู้แล้วว่าเก่ง...ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน" ผมยิ้มให้พี่นะ อีกครั้ง ... แววตาห่วงใยที่มีมาให้เสมอ....แต่ไม่ใช่แววตาที่ผมต้องการ ...ผมไม่ได้อยากได้แค่แววตาห่วงใยอีกต่อไปแล้ว พี่นะจะรู้ไม๊....ผมไม่ได้อยากได้แค่ความห่วงใยในฐานะพี่เทค อีกแล้ว...ผมอยากให้พี่มองผมอย่างที่มองพี่เจี๊ยบ อยากให้พี่มีแค่ผม ดูแลผมอย่างที่พี่เคยทำ มือคู่นั้นอยากให้จูงมือผม สายตาคู่นั้น อยากให้มองแค่ผม ...ผมรู้พี่ทำให้ผมไม่ได้....ถ้าผมบอกพี่ไป แล้วพี่ไม่ได้คิดแบบผม พี่ก็คงรังเกียจ...แล้วผมคงต้องเสียพี่ไปตลอดกาล...ผมขอเก็บมันไว้แบบนี้ก็แล้วกัน...ผมจะยอมรับความจริง ยอมทนกับความเจ็บปวดที่มี มากขึ้นทุกวัน...แต่ผมขอได้ไม๊พี่...ผมไม่อยากเจ็บปวดกว่านี้...ผมขอได้ไหมพี่นะ...อย่าดีกับผมอีกเลย...อย่าใส่ใจ...ปล่อยผมไว้ที่เดิม...เพื่อวันหนึ่งผมจะเข็มแข็งและมองหน้าพี่...ได้เหมือนเดิม..
แล้วผมก็ได้รู้ว่ามันยากเกินไป...ยากเกินกว่าที่จะเป็นเหมือนเดิม...มันทำใจได้ยากเหลือเกินกับการจะมองหน้าพี่นะได้เหมือนเดิม ผมยังคงเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นคนทั้งคู่อยู่ด้วยกัน...ผมยังคงภาวนาอยู่ทุกคืน ให้ทุกสิ่งเป็นเพียงแค่ฝัน และผมยังคงมีพี่นะอยู่ข้างกาย พี่นะยังคงเป็นของผมเพียงคนเดียว ...แต่เมื่ออยู่ในโลกแห่งความจริง มันก็ยังคงเป็นพี่เจี๊ยบที่ยืนเคียงข้างพี่นะ...ผมรู้แล้วว่าผมคงไม่สามารถทนได้อีกต่อไป....ผมตัดสินใจลาออก...ออกจาที่เดิมๆ ออกโดยไม่บอกให้ใครรู้นอกจากผู้จัดการ...ผมขอร้องให้ผู้จัดการไม่บอกใคร พี่เขาพยายามจะรั้งไว้ แต่ผมเองรู้ดี ว่าผมทนอยู่ไม่ได้ ...อีกหนึ่งเดือน...ที่ผมต้องทนอยู่กับความเจ็บปวด ออีกหนึ่งเดือนเท่านั้น...ผมหวังว่า หลังจากเดือนนี้ แล้วผมคง...ดีขึ้น.. ....................................ขอบคุณครับพี่ ที่ทำให้ผมมีความรู้สึกดี ๆ ตลอดเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน
.
.
.
.
ขอบคุณครับพี่นะ
TBC....
อ่านลำบากเว๊ยย
#1 By ♪ ♥ MaRcHmEllO™ ♥ ♪ on 2009-04-04 21:36