ลำนำไอยคุปต์ 1
posted on 03 Apr 2009 08:16 by alatal2iel-lissesul in Novelณ ลานกว้างหน้าวิหารขนาดใหญ่ หญิงชายแต่งกายด้วยชุดแปลกตา มารวมตัวกันอย่างล้นหลาม ทางเดินสองฝั่งตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงาม สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หน้าวิหารขนาดใหญ่ด้านหน้า ทันทีที่ร่างสองร่างในอาภรณ์งดงาม ปรากฏขึ้น ก็เกิดเสียงอื้ออึง "องค์ฟาโรห์ องค์ราชินีจงเจริญ " ดังซ้ำไปซ้ำมา กึกก้องไปทั่วลานแห่งนั้น เบื้องหลังชายหญิงสูงศักดิ์ ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่ง ดวงหน้างดงามราวกับอิสตี ปากสีแดงระเรื่อ แย้มยิ้มอย่างงดงาม แต่เมื่อมองลงไปในดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นกลับพบแต่ความเศร้า ราวกับมีความทุกข์อันใหญ่หลวง ทอดมองไปยังสตรีสูงศักดิ์ข้างหน้า ปากนั้นเอื้อนเอ่ยดังราวกับกระซิบ "ข้ารักเจ้า ยอดดวงใจของข้า"
ร่างบางสะดุ้งสุดตัว ลุกขึ้นนั่งบนที่นอน เหงื่อผุดพราวตามไรผม ดวงตาสีมรกตเบิกกว้าง ปากอิ่มสวยแดงระเรื่อ อ้าพร้อมสูดลมหายใจแรง ๆ หลายทีจนในที่สุดก็สงบลง "ฝันอีกแล้ว" พึมพำเบาๆกับตัวเอง แล้วหันไปมองนาฬิกาบนหัวเตียง เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่จะต้องตื่นแล้วจึงลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัว ในห้องน้ำ ภายในห้องน้ำระหว่างที่อาบน้ำความคิดของหญิงสาวก็ยังวนเวียนคิดถึงความฝันเมื่อคืน มันช่างเหมือนจริงเหลือเกิน เธอยังจำดวงตาสีน้ำเงินนั้นได้แม่นยำ สายตาเศร้าสร้อยนั้นดูราวกับจะกรีดลึกลงไปในใจเธอ นับตั้งจำความได้เธอมักจะฝันถึงเรื่องนี้บ่อยๆ แต่ยิ่งใกล้วันเกิดอายุครบ 17 ของเธอเท่าไหร่เธอก็ฝันถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
หญิงสาวสลัดความคิดทั้งหมดทิ้ง ก่อนจะรีบแต่งตัวเพื่อทำกิจวัตรประจำวัน
ร่างบางวิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านเพื่อโอบกอดมารดา ที่ก้มๆเงย ๆ ทำกับข้าวอยู่ในครัว แม่ของเธอเป็นแม่บ้านเต็มขั้น ส่วนพ่อเป็นนักโบราณคดีชาวอังกฤษ ที่หลงใหลในอารยะธรรมอียิปต์โบราณอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนทำให้แม่น้อยอกน้อยใจหอบเธอหนีพ่อกลับมาอยู่เมืองไทย บ้านเกิดของแม่ หลังจากแม่หายมา 3 เดือนพ่อถึงนึกขึ้นได้ว่าแม่หายไป จึงได้ตามมาง้อแม่ของ ทำให้แม่ยิ่งน้อยใจเข้าไปใหญ่ จึงตัดสินใจแยกทางกับพ่อ ให้พ่อได้มีโอกาสทำงานที่พ่อรักไปให้เต็มที่ แต่ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ไม่ได้มีคนใหม่เพราะต่างคนต่างก้อรู้ว่าหัวใจตัวเองอยู่กับใคร ภามินไม่เคยคิดว่าตัวเองขาดอะไร เพราะแม่ไม่เคยกีดกันไม่ให้เธอพบพ่อ นอกจากนี้ยังสนับสนุนทุกครั้งที่พ่อจะมาหาเธอเพราะนั่นหมายถึงพ่อต้องมาหาแม่ด้วย 5555
ภามินโอบกอดมารดาหลวม ๆ พร้อมสูดกลิ่นกับข้าวอย่างเต็มปอด
“ฮืมมมม หอมจังเลยค่ะแม่ มิน ท้องร้องเลยนะเนี่ย " พูดพลางหยิบหมูชิ้นเล็กๆ ใส่ปากไปด้วย คุณพิมพาตีเผี๊ยะลงบนมือลูกสาว ทันที "ไปนั่งรอดีๆ เลยไป๊" ภามินยิ้มกริ่มแล้วเดินออกมารอที่โต๊ะอาหารทันที หลังจากสวาปามอาหารเช้าหมด ก็ไปโรงเรียน คุณพิมพา ยืนส่งบุตรสาวจนลับตาด้วยความรักสุดหัวใจ จึงกลับเข้าบ้านมาทำงานที่คั่งค้างต่อ
"แม่ขาาาาาาาาาาาาา" ภามินส่งเสียงหวานมาแต่ไกล คุณพิมพาหัวเราะ พร้อมกับเอ่ยอย่างรู้ทัน
”จะเอาอะไรอีกล่ะ เสียงหวานมาแต่ไกลเชียว" ภามินย่นจมูกทันทีเมื่อรู้ว่ามารดารู้ทัน
“แม่อ้ะ ไม่เห็นต้องรู้ทันเลย มินแค่อยากขอไปเรียน คาราเต้เพิ่มแค่นั้นเอง " มารดาตาโต
"ยัยมินนนนน หนูจะเรียนทำไมอีกลูก ทั้ง มวยไทย ยูโด ไอคิโด้ กระบี่กระบอง หนูเรียนมาหมดแล้วนะลูก หนูจะเรียนไปทำไมอีกคะ แค่นี้แม่ก็กลัวหนูจะขึ้นคานจะแย่แล้วนะลูก "
"โห แม่อ้ะ ก้อหนูอยากเรียนไว้นี่น่า หนูยิ่ง น่ารัก อ่อนโยน อ่อนแอ น่าถนุถนอมอยู่นะคะ "
พูดพลางค้อนปะหลับปะเหลือก คุณพิมพาหัวเราะลั่น เพราะไอ้ที่พูดมาเมื่อตะกี๊นี้ มันตรงกันข้ามกับตัวคนพูดลิบลับ แม้ว่าภามินจะมีร่างกายบอบบาง ผิวขาวระเรื่อ ตามแบบฉบับสาวชาวเหนือของเธอผู้เป็นมารดา ผมยาวสีน้ำตาอ่อน จมูกเล็ก ปากอิ่ม โครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเธอไม่ผิดเพี้ยน มีเพียงดวงตากลมโตสีมรกตเท่านั้นที่บ่งบอกสายเลือดของบิดาได้เป็นอย่างดี
" มินเอ๊ย แม่มีลูกสาวนะลูก ไม่ใช่ลูกชาย ไอ้ที่ไปเรียนยิงธนูมานี่แม่ก็กลัวหนูเสียโฉมจะแย่แล้วนะลูก
" แม่คะมันไม่มีจะให้เสียแล้วล่ะคะ" ภามินพูดพร้อมหัวเราะร่า สองแม่ลูกหัวเราะ กันอย่างมีความสุข ก่อนจะได้ยินเสียงกลิ่งประตูดังขึ้น
" เดี๋ยว มินไปดูให้ค่ะ " ร่างบางลุกไปอย่างว่องไว
" แม่คะพ่อส่งของขวัญมาให้หนูค่ะแม่ "
ภามินส่งเสียงบอกแม่ ก่อนจะแกะของขวัญดูอย่างกระตือรือล้น คุณพิมพาละมือจากจานชาม หันมาดูลูกสาวอย่างเอ็นดู
"คงไม่พ้นพวกของโบราณเลียนแบบที่พ่อเค้าไปซื้อมาจากที่ขายของที่ระลึก "
ภามินถึงกับหัวเราะลั่น " ก้อพ่อเค้าไม่ค่อยมีเวลานี่คะแม่ "
" จ้า จ้า แก้ตัวแทนกันเลยนะ " คุณพิมพาพูดอย่างน้อยใจ ภามินหัวเราะเบาๆ
ก่อนจะตั้งอกตั้งใจแกะของขวัญอย่างเบามือ ปรากฏเป็นรูปปั้น เทพีของอียิปต์โบราณ ดวงเนตรประดับด้วยอัญมณีสีเหลือง เม็ดใหญ่ ส่องแสงเรืองรอง ราวกับมีชีวิต พระโอษฐ์แย้มน้อยๆ
"สวยจัง" ภามินอุทานอย่างพอใจ
"แม่คะมินเอาไปเก็บที่ห้องนะคะ "
"จ้า ๆ ไปเถอะ " คุณพิมพามองตามร่างบุตรสาวที่ดูเหมือนจะเห่อของขวัญราวกับเด็กเล็กๆ พลางส่ายหัวแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู
คืนนั้นเอง ภามินนั่งลูบคลำ รูปปั้นที่ได้มาอย่างพออกพอใจ พร้อมกับตั้งไว้ที่หัวเตียง นำดอกไม้มาถวายบูชา พร้อมกับก้มลงกราบแบบไทย ขณะที่เงยหน้า ก็ราวกับเทวรูปกำลังส่งยิ้มมาให้ ภามินอ้าปากค้าง ก่อนจะขยี้ตาตัวเองแรงๆ " สงสัยตาฝาด แล้วเรา นอนดีกว่า " ร่างบางซุกลงไปในผ้าห่มผืนใหญ่พร้อมหลับสนิทอย่างรวดเร็ว ในขณะนั้นเอง ก็มีแสงเรื่อเรืองจากเทวรูปแผ่ขายมาครอบคลุมร่างของภามินอย่างช้า ๆ
คุณพิมพารู้สึกแปลกประหลาด หวิวๆ ในช่องอกรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียสิ่งสำคัญไป เมื่อเสร็จจากงานบ้านข้างล่าง จึงคิดจะไปดูลูกสาวที่นอนอยู่ด้านบน ทันที่มือสัมผัสลูกบิดประตูห้องลุกสาวคนเดียวความรู้สึกประหลาดนั้นยิ่งถาโถมเข้ามา จนต้องรีบดันเปิดประตูเข้าไปด้วยรู้แน่ว่าผู้เป็นลุกสาวไม่เคยล็อคประตูห้อง เวลานอน ภาพที่เห็นทำให้คุณพิมพาถึงกับเบิกตากว้าง ขณะที่ กำลังจะกรีดร้องด้วยความตกใจ ก็กลับไม่มีเสียงออกมาจากลำคอ เธอพยายามจะเข้าไปหาลุก แต่กลับเหมือนมีพลังประหลาดดันไว้จนไม่สามารถเข้าถึงตัวลูกสาวได้ ทันใดนั้น ก็ปรากฎร่างของเทพีสวมอาภรณ์ล้ำค่าสวมสัญลักษณ์แปลก ๆ ไว้บนพระเศียร หันมายิ้มให้ แล้วพูดว่า " บุตรีของเจ้า นางมีหน้าที่ต้องกระทำ มีคนที่รออยู่ เราขอตัวนางไม่นานแล้วเราจะพากลับมาคืน " ตรัสเสร็จก็หายลับไป พร้อมกับที่สติของคุณพิมพาหลุดลอย ล้มลงกับพื้นทันที

ว่าแต่เรื่องนี้ตีพิมพ์ด้วยเหรอคะ???
#1 By m@ma-sUgaI2 bOy on 2009-04-03 14:53